
ปิดทาง 'อองซานซูจี' การเมืองเมียนมาส่อเค้าวิกฤต
เมียนมาส่อเค้าวุ่นครั้งใหญ่ เมื่อสมาชิกรัฐสภามีมติคงอำนาจยับยั้งการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญของกองทัพไว้ดังเดิม
เมียนมาส่อเค้าวุ่นครั้งใหญ่ เมื่อสมาชิกรัฐสภามีมติคงอำนาจยับยั้งการเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญของกองทัพไว้ดังเดิม ทำให้ความพยายามเปลี่ยนแปลงรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้ ออง ซาน ซูจี นักเคลื่อนไหวเพื่อระบอบประชาธิปไตย ไม่เป็นผล และทำให้ซูจีหมดสิทธิ์ลงเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศที่จะมีขึ้นในปลายปีนี้
ทั้งนี้ ตามข้อกำหนดการลงคะแนนเพื่อเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขในวาระใดๆ ในรัฐธรรมนูญ จำเป็นต้องได้คะแนนเสียงอย่างน้อย 75% หรือ 498 เสียง จากทั้งหมด 664 เสียง ทว่า การประชุมของสภาในวันนี้ สมาชิกรัฐสภาที่สนับสนุนการแก้ไขรัฐธรรมนูญมีเพียง 388 เสียง จากผู้เข้าร่วมประชุมมากกว่า 600 คน จึงไม่เพียงพอที่จะแก้ไขข้อบัญญัติที่ต้องการ นั่นคือข้อบัญญัติที่ว่า ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งตำแหน่งประธานาธิบดีจะต้องไม่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นชาวต่างชาติ
โดยในกรณีของซูจีซึ่งเป็นประธานหญิงแห่งพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย มีสามีเป็นชาวอังกฤษ ที่แม้จะเสียชีวิตไปแล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังมีบุตรชายด้วยกัน 2 คน ซึ่งถือหนังสือเดินทางของอังกฤษทั้งหมด ทำให้ไม่สามารถลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีได้โดยปริยาย จนนำไปสู่กระบวนการเรียกร้องให้แก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อเปิดทางให้นาง แต่ต้องประสบกับความล้มเหลวอย่างที่เห็น
ผู้เชี่ยวชาญด้านการเมืองเมียนมาคาดการณ์ว่า แม้จะเป็นการออกเสียงแบบลับ แต่อาจมีการแทรกแซงการลงคะแนนโดยมือที่มองไม่เห็น ซึ่งหากเป็นความจริง ก็สะท้อนให้เห็นถึงความไม่พร้อมของการปฏิรูปการเมืองของเมียนมา
ผลการลงคะแนนที่ออกมาในวันนี้ อาจส่งผลให้สถานการณ์ทางการเมืองในเมียนมาตึงเครียดยิ่งขึ้น เพราะก่อนหน้านี้ พรรคที่ชูนโยบายประชาธิปไตยนำโดยซูจี มีแนวโน้มจะได้รับคะแนนเลือกตั้งมาบริหารประเทศมากกว่าพรรคสหสามัคคีและการพัฒนาของ นายพล เต็งเส่ง ประธานาธิบดีคนปัจจุบัน
ซึ่งหากฝ่ายประชาธิปไตยได้รับเลือกจริง จะเป็นการพลิกระบอบการปกครองประเทศแบบหน้ามือเป็นหลังมือ ที่อาจมีผลต่อประเทศที่เกี่ยวดองหรือใกล้เคียงได้







