
หวั่นกรีซหันพึ่งรัสเซีย
ท่ามกลางกระแสวิกฤตหนี้กรีซที่ทำให้กรีซมีความเสี่ยงล้มละลาย และต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า กรีซคือหนึ่งในสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) และหนึ่งในเหตุผลที่ยุโรปรับกรีซเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในปี 1981 ก็เพื่อเป็นรัฐกันชนระหว่างยุโรปตะวันตก และรัสเซีย
ท่ามกลางกระแสวิกฤตหนี้กรีซที่ทำให้กรีซมีความเสี่ยงล้มละลาย และต้องออกจากกลุ่มยูโรโซน แต่ก็ต้องไม่ลืมว่า กรีซคือหนึ่งในสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (นาโต้) และหนึ่งในเหตุผลที่ยุโรปรับกรีซเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปในปี 1981 ก็เพื่อเป็นรัฐกันชนระหว่างยุโรปตะวันตก และรัสเซีย
ดังนั้น ท่ามกลางความไม่แน่นอนว่ากรีซอาจล้มละลาย สหรัฐจึงเริ่มวิตกกังวลต่อการที่รัสเซียจะมีอิทธิพลเหนือกรีซมากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่สู้ดีนักสำหรับนาโต้ และหากกรีซเข้าสู่ภาวะล้มละลายจริงก็จะยิ่งเปิดโอกาสให้รัฐบาลกรุงมอสโก เข้ามาครอบงำอิทธิพลต่อกรีซมากขึ้นแน่นอน ดังนั้นในระยะไม่กี่เดือนมานี้ รัฐบาลสหรัฐจึงพยายามขอร้องเยอรมนีและสมาชิกสหภาพยุโรปอย่างเงียบๆ เพื่อหาทางออกให้กับกรีซให้ถึงที่สุด
อีกทั้งเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราสได้เดินทางเยือนนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กเพื่อหารือเรื่องข้อตกลงการวางท่อส่งก๊าซธรรมชาติจากรัสเซียผ่านกรีซนั้น ยิ่งเป็นการตอกย้ำถึงการคาดเดาที่มากขึ้นว่ารัสเซียอาจจะให้ความช่วยเหลือทางด้านการเงินกับกรีซ แม้ว่านักวิเคราะห์จากหลายสำนักจะมองว่ารัสเซียไม่อยู่ในสถานะที่จะสามารถช่วยเหลือทางการเงินกับกรีซได้ก็ตาม
นับตั้งแต่ความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและพันธมิตรตะวันตกปะทุขึ้นจากวิกฤตในยูเครนนั้น จะเห็นได้ว่ารัสเซียได้พยายามผลักดันให้เกิดบรรยากาศทางการเมืองที่ฝักใฝ่รัสเซียในกลุ่มประเทศยุโรปตะวันออกทางใต้มากขึ้น ผ่านการใช้เครื่องมือทาง “พลังงาน” ซึ่งถือเป็นอาวุธทางการทูตที่สำคัญของรัสเซีย อย่างเช่นการผลักดันให้เกิดบรรยากาศทางการเมืองที่ฝักใฝ่รัสเซียในฮังการี เป็นต้น







