
อียูชมแผนปฏิรูป สัญญาณบวกกรีซอาจรอด
ความเป็นไปได้ที่กรีซจะพ้นจากภาวะผิดนัดชำระหนี้เริ่มส่อแวว
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ความเป็นไปได้ที่กรีซจะพ้นจากภาวะผิดนัดชำระหนี้เริ่มส่อแวว หลังจากเจ้าหนี้ส่งสัญญาณบวกหลังจากพิจารณาแผนปฏิรูปเศรษฐกิจในการหารือฉุกเฉินเพื่อช่วยกรีซไม่ให้ออกจากยูโรโซน
บลูมเบิร์กรายงานว่า คณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) กล่าวชื่นชมแผนปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซว่า เป็น “ความคืบหน้าพื้นฐานที่ดี” หลังจากการประชุมต่อเนื่อง 11 ชั่วโมง เพื่อพิจารณาแผนการปฏิรูปดังกล่าวเมื่อช่วงกลางดึกวันอาทิตย์ที่ผ่านมา
ขณะที่ด้าน มิเชล ซาแปง นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส เปิดเผยว่า แผนการปฏิรูปเศรษฐกิจดังกล่าวเป็น “การทำงานที่มีคุณภาพ” เพื่อยุติภาวะชะงักในการเจรจาหนี้ระหว่างกรีซกับฝ่ายเจ้าหนี้ยูโรโซนที่ยืดเยื้อกว่า 5 เดือน
รายงานระบุว่า ข้อเสนอใหม่ของกรีซถือเป็นโอกาสครั้งสุดท้ายที่กรีซจะสามารถใช้เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ โดยกรีซมีกำหนดต้องชำระหนี้คืนแก่กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ)
มูลค่ากว่า 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.39 หมื่นล้านบาท) ในวันที่ 30 มิ.ย.นี้ ซึ่งถือเป็นการป้องกันไม่ให้กรีซต้องออกจากยูโรโซนหรือสหภาพยุโรป (อียู) ซึ่งมีความเป็นไปได้ที่จะสร้างความสั่นสะเทือนให้กับเศรษฐกิจโลก
ในวันเดียวกัน ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) ยังอนุมัติสัดส่วนของสินเชื่อฉุกเฉินให้แก่ธนาคารพาณิชย์ของกรีซอีกด้วย เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้แก่ธนาคารกลางกรีซที่ไม่สามารถระดมทุนได้ โดยก่อนหน้านี้มีการถอนเงินออกจากธนาคารกรีซรวมกันกว่า 4,000 ล้านยูโร (ราว 1.52 แสนล้านบาท)
ความเคลื่อนไหวดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีตลาดหุ้นยุโรปปรับขึ้นในช่วงเช้าเมื่อวานนี้ จากความเชื่อมั่นว่ากรีซจะประสบความสำเร็จในการขอเงินกู้จากกลุ่มเจ้าหนี้ โดยตลาดหุ้นกรีซปรับตัวสูงขึ้น 7.6% ขณะที่ดัชนีแด็กซ์ของเยอรมนีขยับขึ้นไปอยู่ 3.5% ไม่นานหลังจากการเปิดตลาด
ขณะที่ตลาดหุ้นของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ปรับตัวขึ้นตามไปด้วย โดยดัชนีเอ็มเอสซีไอตลาดเกิดใหม่ปรับตัวสูงขึ้น 1.2% ไปอยู่ที่ 986.87 เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา ตลาดหุ้นของตุรกีและอินเดียขยับขึ้นอีก 1.5% และดัชนีตลาดหุ้นของเกาหลีใต้ขึ้นมาอย่างน้อย 0.6%
อย่างไรก็ตาม ฌอง เคลาด์ จุงเกอร์ ประธานอีซี กล่าวว่า ถึงแม้การเจรจาหนี้ระหว่างกรีซกับกลุ่มเจ้าหนี้จะมีความคืบหน้า แต่ประเด็นการเจรจาที่จะทำให้กรีซพ้นจากการล้มละลายยังอยู่ในสถานการณ์ที่ยากจะอธิบาย
ด้านนายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส ของกรีซได้กล่าวก่อนการประชุมฉุกเฉินยูโรโซนร่วมกับกลุ่มเจ้าหนี้ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม ว่า กรีซยังคงไม่ยอมทำตามข้อเรียกร้องของเจ้าหนี้ในการปรับลดบำเหน็จบำนาญ การเก็บภาษีพลังงานเพิ่ม เพื่อเพิ่มสัดส่วนงบประมาณให้เกินดุล
ขณะที่ ปิแอร์ มอสโควิชี คณะกรรมาธิการด้านกิจการยุโรป แสดงความเห็นว่า กรีซมาถูกทางแล้วและได้ปูพื้นฐานสำหรับการเจรจา แต่ก็หมายความว่ายังคงต้องมีการหารือในประเด็นดังกล่าว
“ผมคิดว่าในที่สุดแล้วรัฐบาลกรีซก็เข้าใจได้ว่า พวกเขาต้องส่งแผนที่จริงจังและเป็นรูปธรรม”มอสโควิชี กล่าว
การเจรจาหนี้ระหว่างกรีซและกลุ่มเจ้าหนี้ในขณะนี้ยังคงไม่สามารถตกลงกันได้ในประเด็นเรื่องการปฏิรูปเศรษฐกิจกรีซ ซึ่งเป็นเงื่อนไขสำคัญในการแลกเปลี่ยนเงินช่วยเหลืองวดสุดท้ายมูลค่า 7,200 ล้านยูโร (ราว 2.75 แสนล้านบาท) ตามโครงการให้ความช่วยเหลือทางการเงินของกลุ่มเจ้าหนี้ทรอยก้าอันประกอบไปด้วย อีซี อีซีบี และไอเอ็มเอฟ
ไอเอ็มเอฟถือเป็นเจ้าหนี้รายแรกที่ให้ความช่วยเหลือกรีซในปี 2009 หลังจากที่กรีซไม่สามารถขอระดมทุนจากตลาดนานาชาติได้อีก ตามมาด้วยยูโรโซน ซึ่งมีแผนร่วมกับทางไอเอ็มเอฟว่าจะออกโครงการให้ความช่วยเหลือกรีซกว่า 2.4 แสนล้านยูโร (ราว 9.16 ล้านล้านบาท) โดยแลกเปลี่ยนกับการที่รัฐบาลกรีซต้องยอมรับมาตรการรัดเข็มขัดเพื่อให้มีงบประมาณเพียงพอสำหรับการชำระหนี้คืน
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลกรีซชุดปัจจุบันไม่ต้องการให้กรีซกลับไปสู่สภาพรัดเข็มขัดซึ่งยืดเยื้อมาตลอด 5 ปี และสร้างความเสียหายให้กับเศรษฐกิจอีกต่อไป
ทั้งนี้ ในปัจจุบันกรีซมีมูลค่าหนี้ทั้งหมดราว 3.12 แสนล้านยูโร (ราว 11.91 ล้านล้านบาท) หรือคิดเป็น 175% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)







