
ราชินีค้าปลีกพม่า
วินวิน คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของซิตี้ มาร์ท ธุรกิจค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของเมียนมา
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
กลับมาอีกครั้งของการจัดอันดับ 50 นักธุรกิจหญิงผู้ทรงอิทธิพลของเอเชียประจำปี 2558 โดยนิตยสารฟอร์บส์ ซึ่งปีนี้มีผู้บริหารหน้าใหม่จากชาติเศรษฐกิจเกิดใหม่ติดอันดับด้วยหลายคน หนึ่งในนั้นคือ วินวินตินท์ (Win Win Tint) นักธุรกิจหญิงวัย 39 ปี กรรมการผู้จัดการ ซิตี้ มาร์ท โฮลดิ้ง เจ้าของธุรกิจค้าปลีกรายใหญ่ของเมียนมา ติดอันดับที่ 30 เป็นนักธุรกิจรายเดียวของเมียนมาที่ติดอันดับครั้งนี้
วินวิน คือผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของซิตี้ มาร์ท ซึ่งเริ่มจากธุรกิจร้านค้าปลีกร้านแรกเมื่อปี 2539 ก่อนเติบโตอย่างต่อเนื่อง จนปัจจุบันมีสาขามากกว่า 100 แห่ง ซึ่งรวมถึงซูเปอร์มาร์เก็ตซิตี้ มาร์ท 18 สาขา โอเชี่ยน ซูเปอร์เซ็นเตอร์ 7 สาขา ร้านสะดวกซื้อซิตี้ เอ็กซ์เพรส 45 สาขา และร้านเบเกอรี่ ร้านขายยา ร้านขายสินค้าเด็ก และร้านหนังสือ
ชีวิตการทำงานของหญิงเหล็กคนนี้เริ่มตั้งแต่จบการศึกษาบริหารธุรกิจสิงคโปร์ และตัดสินใจกลับมาทำธุรกิจในบ้านเกิดเมืองนอนตั้งแต่อายุ 21 ปี ซึ่งความท้าทายแรกที่ต้องรับมือ คือ การเป็นผู้บริหารหญิงในเมียนมา โจทย์ใหญ่ถัดมา คือ การเปลี่ยนพฤติกรรมผู้บริโภคให้มาซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตแทนตลาดทั่วไป ซึ่งชาวเมียนมาซื้อสินค้าในซูเปอร์มาร์เก็ตเพียง 10% เท่านั้น
เธอยอมรับว่า ซิตี้ มาร์ท ไม่ใช่ผู้บุกเบิกธุรกิจค้าปลีกสมัยใหม่ เพราะขณะนั้นมีผู้เล่นท้องถิ่นที่ทำกิจการนี้อยู่แล้ว 2 ราย เมื่อซิตี้ มาร์ท เข้าสู่ตลาดถูกมองว่าขายสินค้าแพง แต่บริษัทได้เดินหน้าพัฒนาร้านค้ารูปแบบซูเปอร์มาร์เก็ตอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสุดท้ายได้รับการยอมรับจากลูกค้าในวงกว้าง
อย่างไรก็ตาม ช่วงปี 2543 ประเทศเมียนมาถูกคว่ำบาตรจากชาติมหาอำนาจตะวันตก ซึ่งส่งผลต่อการทำธุรกิจ เนื่องจากซัพพลายเออร์ไม่สามารถส่งสินค้าให้บริษัทได้ จึงต้องหันไปรับสินค้าจากซัพพลายเออร์รายเล็ก ขณะเดียวกันก็ต้องเปลี่ยนไปนำเข้าสินค้าจากไทยและสิงคโปร์ เพราะไม่สามารถนำเข้าสินค้าจากชาติตะวันตกได้ แต่สุดท้ายเธอก็สามารถฝ่าฟันช่วงเวลาดังกล่าว จนนำธุรกิจมายืนอยู่ในแถวหน้า และเธอได้รับการขนานนามว่า ราชินีค้าปลีกของเมียนมา
วินวิน บอกว่า การเป็นนักบริหารธุรกิจหญิงในเมียนมาไม่ใช่ปัญหา เพราะผู้หญิงในเมียนมาได้รับโอกาสที่ดี แต่ปัญหาหลักที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ คือ นโยบายการค้าที่ไม่มีเสถียรภาพ และการขาดการประสานงานที่ดีของหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทเอกชนทำธุรกิจโดยแทบจะไม่ได้รับความช่วยเหลือจากภาครัฐ
สำหรับเคล็ดลับการทำธุรกิจนั้น วินวินให้ความสำคัญกับการบริการลูกค้า พยายามสรรหาสิ่งใหม่ๆ ที่จะพัฒนาบริการได้ดีขึ้น ในราคาที่เหมาะสม ทำให้เธอมั่นใจว่า ซิตี้ มาร์ท จะสามารถเป็นผู้นำตลาดได้อย่างต่อเนื่อง
ในอนาคต เธอวางแผนขยายสาขาซูเปอร์มาร์เก็ตต่อไป แต่มีปัญหาสำคัญ คือ ราคาอสังหาริมทรัพย์ในเมียนมาที่แพงขึ้น ซึ่งเป็นต้นทุนทางธุรกิจที่สูงมาก ขณะเดียวกันต้องพร้อมรับมือทุนต่างชาติที่ไหลทะลักเข้าประเทศด้วย
ทั้งนี้ ตลอด 5 ปีที่ผ่านมา ซิตี้ มาร์ท โฮลดิ้ง มียอดขายเติบโตเฉลี่ย 25-30% ต่อปี หรือปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ และบริษัทอยู่ระหว่างออกสินค้าเฮาส์แบรนด์และนำสินค้าหรูมาจำหน่ายเพิ่มเติม







