
กราดยิงในสหรัฐดับ9
ความตึงเครียดในประเด็นเหยียดผิวสียังไม่ทันจางหายไปจากสังคมสหรัฐ ล่าสุดก็เกิดชนวนสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ โดยเมื่อวันพุธที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ชายผิวขาวรายหนึ่งในช่วงวัย 20 บุกกราดยิงโบสถ์เอ็มมานูเอล แอฟริกัน เมโทดิสต์ อีพิสโคปัล จนทำให้มีชาวอเมริกัน-แอฟริกันเสียชีวิต 9 คน และหนึ่งในนั้นคือบาทหลวงประจำโบสถ์
ความตึงเครียดในประเด็นเหยียดผิวสียังไม่ทันจางหายไปจากสังคมสหรัฐ ล่าสุดก็เกิดชนวนสร้างความขัดแย้งรอบใหม่ โดยเมื่อวันพุธที่ 17 มิ.ย.ที่ผ่านมา ชายผิวขาวรายหนึ่งในช่วงวัย 20 บุกกราดยิงโบสถ์เอ็มมานูเอล แอฟริกัน เมโทดิสต์ อีพิสโคปัล จนทำให้มีชาวอเมริกัน-แอฟริกันเสียชีวิต 9 คน และหนึ่งในนั้นคือบาทหลวงประจำโบสถ์
โบสถ์แห่งนี้ตั้งอยู่ในย่านชาร์ลสตัน มลรัฐเซาท์แคโรไลนา ซึ่งเป็นโบสถ์ที่มีความสำคัญในเชิงประวัติศาสตร์ของชาวอเมริกันผิวสี โดยเหตุกราดยิงเกิดขึ้นระหว่างภายในโบสถ์ที่กำลังดำเนินพิธีสวดอยู่
เกรก มูลเลน หัวหน้าตำรวจชาร์ลสตัน เชื่อว่าโศกนาฏกรรมสะเทือนขวัญครั้งนี้เกิดขึ้นเนื่องมาจากความเกลียดชังด้านเชื้อชาติ และเจ้าหน้าที่กำลังปูพรมตามล่าตัวมือปืนผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดี
“มันเป็นคืนที่เลวร้ายที่สุดในอาชีพการทำงานของผม” มูลเลน กล่าว
ขณะที่ โจเซฟ พี. ไรลีย์ นายกเทศมนตรีชาร์ลสตัน ระบุว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นโศกนาฏกรรมที่น่าสลดที่สุดจนไม่อาจพรรณนาได้
พร้อมกันนี้ นายกเทศมนตรีชาร์ลสตัน กล่าวปิดท้ายในงานแถลงข่าวอีกว่า การเดินเข้าไปในโบสถ์และลงมือยิงใครสักคน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเป็นการลงมืออันเนื่องมาจากความเกลียดชังอย่างแท้จริง







