
ตลาดทุนจีนอันตรายจ่อเสี่ยงฟองสบู่แตก
นักวิเคราะห์หลายสำนักออกโรงเตือนตลาดหลักทรัพย์จีนกำลังเผชิญกับความเสี่ยงภาวะฟองสบู่ตลาดหุ้นแตก หลังสถานการณ์ในตลาดหุ้นร้อนแรงเกินไป จนราคาประเมินหุ้นบางตัวสูงกว่าช่วงที่ตลาดหุ้นจีนพุ่งสูงสุดในช่วงปี 2007 สวนทางกับความเป็นจริงของสถานการณ์การขยายตัวเติบโตของเศรษฐกิจแดนมังกรในปัจจุบันที่มีสัญญาณชะลอตัว
ด้านบลูมเบิร์ก ออกรายงานกึ่งวิเคราะห์รวบรวมความเห็นจากเหล่าผู้เชี่ยวชาญซึ่งเห็นตรงกันว่า ขณะนี้ประเด็นน่าสงสัยไม่ได้อยู่ที่ว่าตลาดหุ้นจีนเกิดภาวะฟองสบู่หรือไม่ แต่อยู่ที่ว่าฟองสบู่ที่เกิดขึ้นนั้นจะแตกออกเมื่อใด
โบคอม อินเตอร์เนชั่นแนลโฮลดิ้งส์ โค คาดการณ์ว่าพิจารณาจากความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นจีนในปัจจุบัน ฟองสบู่ของตลาดมีแนวโน้มแตกภายใน 6 เดือนข้างหน้า โดยอิงจากการวิเคราะห์ฟองสบู่โลกในช่วง 800 ปี ที่แสดงให้เห็นว่าอัตราภาวะฟองสบู่จีนเกินกว่าระดับสูงสุดของตลาดในอดีต
“เราอาจจะเผชิญกับภาวะผันผวนทางการค้าในช่วงระยะเวลาหนึ่งก่อนที่ฟองสบู่จะแตกออก” ฮ่าวหง หัวหน้านักกลยุทธ์จีนจากโบคอม อินเตอร์เนชั่นแนล ประจำฮ่องกง กล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับทางสถานีโทรทัศน์บลูมเบิร์ก ก่อนเสริมว่า การเกิดฟองสบู่ในตลาดหุ้นจีนเป็นเรื่องธรรมดาที่เข้าใจได้
ทั้งนี้ ผู้เชี่ยวชาญรวมถึงฮ่าวหง ระบุว่า ช่วงหลายปีที่ผ่านมาฟองสบู่จีนได้รับแรงหนุนจากนักลงทุนมือใหม่ภายในประเทศ ซึ่งส่งผลให้ตลาดหุ้นจีนขยายตัวเพิ่มสูงขึ้น 3 เท่า ในช่วงปีที่ผ่านมา มาอยู่ที่ 9.8 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะเดียวกัน ด้วยผลตอบแทนสูงถึง 84 เท่า มากกว่าสัดส่วนที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ค่าเฉลี่ยตลาดหุ้นของจีนแผ่นดินใหญ่ในขณะนี้มีราคาแพงเกือบ 2 เท่า เมื่อเทียบกับค่ามาตรฐานของดัชนีตลาดหุ้นเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ในเดือน ต.ค. 2007 ซึ่งเป็นช่วงที่ตลาดหุ้นจีนร้อนแรงสูงสุด
นอกจากนี้ จำนวนนักลงทุนหน้าใหม่ที่เพิ่มเข้ามายังไม่สร้างความเสี่ยงต่อภาวะฟองสบู่ เท่ากับพฤติกรรมการลงทุนของนักลงทุนหน้าใหม่เหล่านี้ที่มุ่งทำกำไรระยะสั้นและก่อให้เกิดการเก็งกำไร
ฮ่าวหง อธิบายโดยอิงตัวเลขปริมาณการซื้อขายหลักทรัพย์และความเร็วในการปรับเพิ่มขึ้นของราคาหุ้นบริษัทสัญชาติจีน (เอ-แชร์) ซึ่งบ่งชี้ว่า ตลาดหลักทรัพย์จีนกำลังไต่ระดับสู่จุดสูงสุด (พีก) ในอัตราที่รวดเร็ว โดยฮ่าวหง ประเมินว่า ดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิตมีสิทธิไต่แตะระดับสูงถึง 6,100 จุด ขณะที่ดัชนีดังกล่าวเมื่อวันที่ 17 มิ.ย. อยู่ที่ 4,967.9 จุด
ความเห็นข้างต้นสอดคล้องกับ แซม ลีคอร์นู ผู้ดูแลกองทุนตลาดหุ้นเอเชียจากแมคไควร์ประจำฮ่องกง ที่ระบุว่า การลงทุนในหุ้นเอ-แชร์ กลายเป็นการเก็งกำไรมากขึ้น และลักษณะดังกล่าวคือต้นตอของการเกิดภาวะฟองสบู่ในตลาด
ด้านข้อมูลจากบลูมเบิร์ก พบว่ามูลค่าเฉลี่ยของการเปลี่ยนการถือครองหุ้นในตลาดหลักทรัพย์จีนแผ่นดินใหญ่ในช่วง 20 วัน ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นราว 3.14 แสนล้านเหรียญสหรัฐ เมื่อเทียบกับ 2.44 แสนล้านเหรียญสหรัฐ ในตลาดทุนของสหรัฐ ที่มีมูลค่าตามราคาตลาดมากกว่าจีนถึง 2 เท่า เมื่อเทียบกับขนาด
ยิ่งไปกว่านั้น สัญญาณเสี่ยงฟองสบู่แตกในตลาดหุ้นจีนยังเห็นได้จากอัตราส่วนราคาตลาดต่อกำไร (พี/อี แรโช) ที่ ฟรานซิส ชุงนักกลยุทธ์จากซีแอลเอสเอ ประจำฮ่องกงพบว่าสัดส่วนดังกล่าวเดินหน้าปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนมีความเป็นไปได้ว่ารัฐบาลจีนอาจหาทางยับยั้งด้วยการออกอากรแสตมป์สำหรับการซื้อหุ้น
“ตลาดจีนมีการเก็งกำไรมากเกินกว่าที่ผู้จัดการกองทุนต่างชาติจะเข้าไปร่วมด้วย” พอล มอริลลา-ไกเนอร์ หัวหน้าเจ้าหน้าที่การลงทุนจากลอนดอน แอนด์ แคปปิตอล กรุ๊ป กล่าว ก่อนอ้างหลักฐานจากแรงแกว่งของดัชนีหุ้นในตลาดเซี่ยงไฮ้ในช่วง 30 วันที่ผ่านมา ที่มีระดับมากกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ ทั่วโลกยกเว้นกรีซ ซึ่งสวนทางกับหลักการค้าในตลาดหุ้นที่จำเป็นต้องมีทิศทางที่ชัดเจน
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์อีกส่วนหนึ่งแย้งว่า ความเห็นข้างต้นเป็นการมองในแง่ร้ายเกินไป โดยจริงอยู่ว่าบางส่วนของตลาดหุ้นจีนค่อนข้างร้อนแรง แต่การเก็งกำไรโดยรวมยังไม่ถือว่าสูงพอที่จะทำให้เกิดภาวะล่มสลายได้
“แนวคิดที่ว่ามัน (หุ้นจีน) จะปรับขึ้นแตะจุดพีกและระเบิดออกทันที และจะทำให้คุณเผชิญกับการล้มกระแทกรุนแรง จบสิ้นทุกอย่างเป็นการคิดที่มองในแง่ร้ายมาก” มิแรนดา คาร์ หัวหน้าส่วนวิจัยจีนของธนาคารแอสไพริโต ซานโตอินเวสแบงก์ กล่าว







