posttoday
ส่งออก-นำเข้าจีนดิ่งแรง ส่อแววศก.อ่อนแอหนัก

ส่งออก-นำเข้าจีนดิ่งแรง ส่อแววศก.อ่อนแอหนัก

09 มิถุนายน 2558

เศรษฐกิจจีนยังคงส่งสัญญาณความอ่อนแอ ภายหลังจากที่สัดส่วนการนำเข้าของจีนชะลอตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ขณะที่การส่งออกชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกเช่นกัน

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

เศรษฐกิจจีนยังคงส่งสัญญาณความอ่อนแอ ภายหลังจากที่สัดส่วนการนำเข้าของจีนชะลอตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 ขณะที่การส่งออกชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกเช่นกัน สร้างแรงกดดันให้รัฐบาลจีนต้องดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

สำนักงานศุลกากรใหญ่จีนเปิดเผยสัดส่วนการนำเข้าส่งออกเดือน พ.ค. พบว่า การนำเข้าปรับตัวลดลงถึง 17.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งเท่ากับ 1.312 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.42 ล้านล้านบาท) ซึ่งลดลงมากกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่ 10% และลดลงจากเดิมในเดือน เม.ย.ที่ 16.2%

ขณะที่การส่งออกชะลอตัวเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน โดยในเดือน พ.ค.ชะลอตัว 2.5% อยู่ที่ 1.90 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 6.403 ล้านล้านบาท) แต่ยังคงดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์หลายสำนักที่ประเมินว่าเศรษฐกิจน่าจะชะลอตัวที่ 4%

จูเลียน อีวาน พริตชาร์ต นักวิเคราะห์จากบริษัทวิจัย แคปิตัล อีโคโนมิกส์ แสดงความเห็นว่า การนำเข้าจีนปรับตัวลดลงจากการบริโภคภายในที่ยังอ่อนแอ ขณะที่การส่งออกจีนลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่ฟื้นตัว

ความเคลื่อนไหวดังกล่าว ส่งผลให้สัดส่วนดุลบัญชีการค้าเกินดุลในเดือนเดียวกันขยายตัว 65.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วไปอยู่ที่ 5.949 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 2 ล้านล้านบาท) ซึ่งถือเป็นดุลบัญชีการค้าที่ขยายตัวมากที่สุดเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน

ขณะที่สกุลเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลงติดต่อกันเป็นวันที่ 3 มาอยู่ที่ราว 6.2046 หยวน/เหรียญสหรัฐ ตามการนำเข้าที่ชะลอตัวลง

สัดส่วนการส่งออกเมื่อเดือน พ.ค. ถือเป็นหลักฐานสำคัญที่ฉายภาพให้เห็นว่าความอ่อนแอของเศรษฐกิจจีน ซึ่งถือเป็นแรงขับเคลื่อนเศรษฐกิจหลักของโลก ยังคงดำเนินมาจนถึงไตรมาสปัจจุบัน ถึงแม้รัฐบาลจีนจะพยายามดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ของจีนเติบโตที่ 7.4% เมื่อปีที่แล้ว ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ต่ำที่สุดในรอบ 25 ปี ขณะที่ในปีนี้ยังคงไม่มีสัญญาณของการฟื้นตัวทางแนวโน้มการชะลอตัว โดยจีดีพีระหว่างเดือน ม.ค.-มี.ค.ขยายตัวอยู่ที่ 7% ซึ่งถือเป็นไตรมาสที่มีการเติบโตต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี และเติบโตต่ำกว่าช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2014 เช่นกัน

ขณะที่รัฐบาลกลางที่กรุงปักกิ่งปรับลดการตั้งเป้าเศรษฐกิจเติบโตอยู่ที่ “ราว 7%” ซึ่งลดลงจากปี 2014 ที่ 7.5% เช่นเดียวกับธนาคารเอชเอสบีซีเปิดเผยว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (พีเอ็มไอ) ซึ่งถือเป็นดัชนีวัดความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจของจีนชะลอตัวอยู่ที่ 49.2 ซึ่งถือว่าหดตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 และนักเศรษฐศาสตร์ส่วนใหญ่ยังมองว่าพีเอ็มไอจีนจะชะลอตัวไปจนถึงช่วงกลางปีนี้

ตัวเลขที่น่าผิดหวังนี้ทำให้เกิดความพยายามในการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจของรัฐบาลให้เป็นการขับเคลื่อนจากการบริโภคภายในแทนที่การลงทุนจากรัฐบาลและการส่งออก ส่งผลให้การส่งออกชะลอตัว ขณะที่การบริโภคภายในยังไม่เติบโตจนสามารถเข้ามาขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนที่การส่งออกและการลงทุนของภาครัฐได้

หลุย คูจิส นักเศรษฐศาสตร์จากรอยัล แบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ (อาร์บีเอส) ในฮ่องกงแสดงความเห็นว่า ข้อมูลทางเศรษฐกิจที่อ่อนแอส่งผลให้ความต้องการมาตรการด้านการเงินและการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทวีความสำคัญมากขึ้น กลายเป็นการกดดันให้รัฐบาลต้องกระตุ้นเศรษฐกิจ

“ในบางมุมเราสามารถคาดการณ์ได้ว่าปีนี้จะเป็นปีที่เศรษฐกิจจีนเติบโตต่ำที่สุด และหากปราศจากการกระตุ้นเศรษฐกิจภายในของจีนก็จะอ่อนแออย่างมาก” คูจิส กล่าว

อย่างไรก็ตาม นักเศรษฐศาสตร์จากเอเอ็นแซด ค้านว่าการบริโภคและการลงทุนจีนน่าจะกลับมาฟื้นตัวในช่วงไตรมาส 2-3 ของปีนี้ ตามอานิสงส์ของนโยบายผ่อนคลายทางการเงินที่จีนได้ดำเนินไปแล้ว โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลจีนได้ดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนทางโครงสร้างพื้นฐานมาโดยตลาด ขณะที่ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ก็ปรับลดดอกเบี้ยมาแล้วถึง 2 ครั้งนับตั้งแต่เดือน พ.ย. เพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับระบบเศรษฐกิจ

ในวันเดียวกัน รัฐบาลญี่ปุ่นประกาศปรับแก้ไขจีดีพีไตรมาสแรกเป็น 3.9% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ 2.4% โดยความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นจากสัดส่วนการใช้จ่ายภาคเอกชนญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเป็น 2.7% จากเดิมที่ 0.4%

ข่าวล่าสุด

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69

โปรแกรมบอล บอลวันนี้ ดูบอลสด ถ่ายทอดสด วันเสาร์ที่ 17 ต.ค. 69