
บิ๊กสิ่งทออิเหนา
หากพูดถึงอุตสาหกรรมสิ่งทอในอาเซียน อินโดนีเซียจัดว่าไม่เป็นสองรองใคร เพราะเป็นเจ้าแห่งอุตสาหกรรมนี้ โดยมีการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำไม่ต่างจากไทย
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
หากพูดถึงอุตสาหกรรมสิ่งทอในอาเซียน อินโดนีเซียจัดว่าไม่เป็นสองรองใคร เพราะเป็นเจ้าแห่งอุตสาหกรรมนี้ โดยมีการผลิตตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำไม่ต่างจากไทย
สำหรับผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของอินโดนีเซีย และใหญ่ที่สุดในอาเซียนในด้านยอดขาย คือ บริษัทพีที ศรีเท็กซ์ ที่ปัจจุบันธุรกิจอยู่ในมือของผู้บริหารรุ่นที่ 2 ผู้ที่นำธุรกิจให้เติบโตและก้าวสู่เวทีโลก
อิวาน เอส. ลุคมินโต ผู้บริหาร พีที ศรีเท็กซ์ เป็นหนึ่งในนักธุรกิจตัวอย่างที่สร้างความสำเร็จทางธุรกิจ ผลักดันให้ธุรกิจสิ่งทอที่ถูกกล่าวขานว่าเป็นธุรกิจขาลง ได้ผงาดเป็นธุรกิจที่โดดเด่นและสร้างรายได้มหาศาลให้กับครอบครัว อีกทั้งยังสร้างประโยชน์ให้กับสังคมท้องถิ่นอีกด้วย
ธุรกิจของพีที ศรีเท็กซ์ แบ่งเป็นการผลิตสินค้าเสื้อผ้าแฟชั่นทั่วไป ทั้งขายในประเทศและส่งออกไปต่างประเทศ อีกทั้งยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นผู้ผลิตเครื่องแบบทหารสำหรับกองทัพ และชุดเครื่องแบบของบริษัทชั้นนำระดับโลกในกว่า 15 ประเทศทั่วโลก โดยสัดส่วนการผลิตเครื่องแบบทหารอยู่ที่ประมาณ 30% ของการผลิตทั้งหมด ส่วนอีก 70% เป็นเสื้อผ้าแฟชั่นและชุดเครื่องแบบสำหรับบริษัทเอกชนและหน่วยงานรัฐ
ทั้งนี้ การทำธุรกิจแฟชั่นและการผลิตเครื่องแบบมีความแตกต่างกันอย่างมาก เพราะการผลิตสินค้าแฟชั่นเชิงพาณิชย์ต้องใส่ความคิดสร้างสรรค์และมีการแข่งขันสูง ส่วนการผลิตเครื่องแบบจะเน้นการผลิตที่มีต้นทุนต่ำ
บริษัทเข้ามารับหน้าที่ผลิตเครื่องแบบทหารตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งมุ่งเน้นการผลิตที่มีคุณภาพมาตรฐาน มีการออกแบบที่สวยงาม เหมาะสมกับการใช้งานมากที่สุด นอกจากกองทัพอินโดนีเซียที่เป็นลูกค้าประจำของบริษัทแล้ว ยักษ์สิ่งทอแห่งแดนอิเหนาเจ้านี้ยังได้รับความไว้วางใจจากกองทัพต่างชาติที่ร่วมทำงานกับพีที ศรีเท็กซ์ ตั้งแต่การออกแบบเรื่อยไปจนถึงการผลิตตัดเย็บเครื่องแบบเพื่อนำไปใช้ในกองทัพ
ขณะที่ธุรกิจอีกขา คือเสื้อผ้าแฟชั่นที่ส่งออกไปทั่วโลก โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกา บริษัทใช้วัตถุดิบในประเทศประมาณ 60% ที่เหลือเป็นวัตถุดิบนำเข้าจากต่างประเทศ ซึ่งบริษัทได้ผลิตสินค้าให้เสื้อผ้าแบรนด์ดังระดับโลกหลายราย โดยมีพันธมิตรที่เป็นแบรนด์ดังจากสหรัฐอเมริกา ยุโรป ญี่ปุ่น อีกทั้งยังผลิตสินค้าส่งให้ห้างค้าปลีกรายใหญ่ด้วย
ในอนาคต บริษัทได้วางแผนที่จะเริ่มต้นการทำธุรกิจค้าปลีกและสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา เพื่อผลิตสินค้าป้อนตลาดในประเทศและต่างประเทศ เพื่อสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจ
สำหรับกลยุทธ์สู่ความสำเร็จของบริษัท คือ การพัฒนาด้านเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง นำเทคโนโลยีใหม่มาทดแทนเครื่องจักรเก่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต ขณะเดียวกัน การที่มีการผลิตครบวงจรทำให้ช่วยลดต้นทุนการขนส่งสินค้า วัตถุดิบ อีกทั้งบริษัทยังได้สร้างจุดกระจายสินค้าเพื่อส่งสินค้าถึงมือลูกค้าได้ตามเวลาที่กำนดไว้ ซึ่งสามารถสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้เป็นสิ่งที่ช่วยให้บริษัทมีความได้เปรียบเหนือคู่แข่งได้
ขณะที่การวางเป้าหมายสู่ความสำเร็จ ลุคมินโตได้วาดแผนจะเป็นผู้ผลิตสินค้ารายใหญ่ที่สุดที่ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้า อีกทั้งจะพัฒนาสินค้าเทคโนโลยี นวัตกรรมเพื่อตอบสนองความต้องการ
ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง และสร้างการเติบโตอย่างมั่นคง รักษาสิ่งแวดล้อม ดูแลชุมชน







