
Chugoku 20
Adachi Museum of Art ก่อตั้งโดยคุณ Adachi Zenko นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ
Adachi Museum of Art ก่อตั้งโดยคุณ Adachi Zenko นักธุรกิจผู้ประสบความสำเร็จ คุณอะดาจิเกิดที่เมือง Yasagi จังหวัด Shimane (เมืองเดียวกันกับที่ตั้งของ Adachi Museum) คุณอะดาจิเกิดในครอบครัวชาวนาแต่มีหัวการค้าตั้งแต่ยังเด็ก จึงริเริ่มค้าขายของง่ายๆ อย่างถ่านหุงข้าวจนขยับขยายไปสู่ธุรกิจผ้าทอและพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ พอมีเงินมีทองมากขึ้นคุณอะดาจิก็เริ่มสานฝันในวัยเด็กของตนคือการสะสมงานศิลปะ โดยเฉพาะงานจิตรกรรมของคุณ Yokoyama Taikan ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นศิลปินที่บุกเบิกงานจิตรกรรมยุคใหม่ของญี่ปุ่น (Modern Japanese Painting) คุณอะดาจิสะสมงานของคุณ Taikan ไว้มากจนมีคนเรียกพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ว่า Taikan Museum of Art อยู่เหมือนกัน แต่ไม่ใช่จะแค่งานของคุณ Taikan เท่านั้น ที่นี่ยังมีงานจิตรกรรมของศิลปินชื่อดังท่านอื่นอย่าง Sakakibara Shiho, Hishida Shunso และงานเซรามิกของบรมครูอย่าง Kitaoji Rosanjin และ Kawai Kanjiro อีกด้วย
นอกจากงานศิลปะแล้วคุณอะดาจิยังรักชอบการจัดสวนอีกด้วย สวนญี่ปุ่นจึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของพิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ดูเผินๆ สวนทั้งหมดก็เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แต่ที่จริงแล้วสวนแห่งนี้ประกอบขึ้นจาก 6 สวนย่อยด้วยกันคือ 1.The Dry Landscape Garden ซึ่งถือว่าเป็นสวนหลักของที่นี่โดยออกแบบสวนให้สัมพันธ์กับฉากหลังที่เป็นเขา ทำให้ทั้งสวนและภูเขาดูเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน 2.The Moss Garden สวนเซนสไตล์เกียวโตที่เน้นความสงบและเป็นธรรมชาติ 3.The Garden of Juryu-an สวนเล็กๆ ที่เชื่อมต่อกับห้องทำพิธีชงชา สวนแห่งนี้จะงดงามที่สุดในช่วงใบไม้เปลี่ยนสีราวๆ กลางเดือน พ.ย.ถึงต้นเดือน ธ.ค. ใบของต้นเมเปิ้ลจะเปลี่ยนเป็นสีแดงและตัดกับสีเขียวหญ้ามอสเป็นจุดเด่นของสวนแห่งนี้ 4.The White Garvel and Pine Garden สวนที่มีต้นสนหลากหลายขนาดเรียงรายอยู่บนเนินกรวดสีขาวนวล เป็นสวนที่คุณอะดาจิทุ่มเทให้มาก เพราะได้รับอิทธิพลมาจากภาพเขียน The Beautiful Pine Beach งานระดับ Master Piece อีกชิ้นของคุณ Yokoyama Taikan นั่นเอง 5.The Pond Garden สวนขนาดย่อมที่มีองค์ประกอบเป็นบ่อน้ำขนาดใหญ่ตามแบบฉบับของสวนญี่ปุ่น และ 6.The Kikaku Waterfall น้ำตกจำลองสูง 15 เมตร สร้างขึ้นบนภูเขา Kikaku ที่เป็นฉากหลังของสวน The Dry Landscape ซึ่งได้รับอิทธิพลจากภาพเขียน Waterfall in Nachi ของคุณ Taikan เช่นกัน
นอกจากนี้ ยังมีมุมชมสวนอีก 2 แห่ง ที่ต้องไม่พลาด มุมแรกคือ Living Frame Painting กรอบหน้าต่างบานใหญ่ที่มองออกไปเห็นสวน The Dry Landscape เสมือนภาพวาดที่มีชีวิตเพราะทุกวันจะไม่เหมือนกัน หรือแม้แต่คนละช่วงเวลาของวันเดียวกันก็ยังแตกต่างกันเลย ผมถือว่ากรอบหน้าต่างนี้เป็นอีกหนึ่งสุดยอดของที่นี่ เพราะตอนแรกก็มองเห็นแค่ความสวยเหมือนคนอื่นๆ แต่พอได้คุยกับรุ่นพี่ซึ่งเป็นผู้กำกับภาพชั้นนำของเมืองไทยถึงได้รู้ว่า ความงามของสวนทั้งหมดนั้นมันกว้างใหญ่จนเกินกำลังที่สายตาของคนธรรมดาจะเก็บได้หมด ซึ่งศิลปินเค้าก็จะจำกัดกรอบของภาพในส่วนที่สวยที่สุดมาให้เราชม เหมือนกับการถ่ายภาพที่มีองค์ประกอบสวยๆ นั่นเอง มุมที่สองคือ Living Hanging Scroll ท่านที่คุ้นเคยกับภาพวาดหรือภาพม้วนแบบญี่ปุ่นที่ประดับอยู่ตามห้องพัก หรือห้องอาหารแบบญี่ปุ่นคงพอจะนึกออก มุมนี้เขาเจาะหน้าต่างในห้องชงชา Juraku-an เป็นกรอบสี่เหลี่ยมผืนผ้าเหมือนภาพม้วน มองออกไปเห็นสวนงดงามมาก คอนเซปต์เดียวกันกับกรอบแรก แต่คนละอารมณ์กัน เราใช้เวลาชั่วโมงครึ่งถึงเก็บที่นี่ได้หมดและบอกได้เลยว่ามา Adachi Museum นี่อิ่มทั้งตาและใจเลยครับ







