posttoday
ธุรกิจการบินอาเซียน ปรับกลยุทธ์บริหารฟื้นวิกฤต

ธุรกิจการบินอาเซียน ปรับกลยุทธ์บริหารฟื้นวิกฤต

30 พฤษภาคม 2558

ภายหลังเผชิญหน้ากับสารพัดปัญหาที่ส่งผลให้ผลประกอบการของธุรกิจให้บริการการบินของหลายสายการบิน

โดย...นงลักษณ์ อัจนปัญญา

ภายหลังเผชิญหน้ากับสารพัดปัญหาที่ส่งผลให้ผลประกอบการของธุรกิจให้บริการการบินของหลายสายการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) ประสบกับวิกฤตภาวะขาดทุนมาหลายระลอก

บรรดานักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญทั้งหลายต่างประมวล ประเมิน และคาดการณ์ว่า การปรับกลยุทธ์ของสายการบินในอาเซียนในช่วง 2-3 เดือนที่ผ่านมา น่าจะทำให้สายการบินเหล่านี้พลิกฟื้นจากภาวะขาดทุนและกลับมาผงาดขึ้นอีกครั้ง สอดรับตลาดการบินของภูมิภาคที่ความต้องการมีแต่จะขยายตัวเติบโตมากขึ้น

เว็บไซต์นิกเกอิ อาเซียน รีวิว รายงานว่า ทันทีที่ อารีฟ วิโบโว ผู้บริหารคนใหม่ของสายการบินการูดา แอร์ไลน์ส ของอินโดนีเซีย ได้รับเลือกให้กุมบังเหียน วิโบโวได้จัดการปรับลดต้นทุนการบินด้วยการตัดลดค่าใช้จ่ายในส่วนชั้นบินเฟิสต์คลาสทั้งหมด

ธุรกิจการบินอาเซียน ปรับกลยุทธ์บริหารฟื้นวิกฤต

 

“ต้นทุนการบินจำเป็นต้องอยู่ในระดับต่ำ เพื่อให้แน่ใจว่าเราสามารถแข่งขันกับคู่แข่งได้ เราจำเป็นต้องแข็งแกร่งเพื่อก้าวสู่การเป็นสายการบินระดับโลก” วิโบโว กล่าว ซึ่งแนวทางดังกล่าวเริ่มได้ผลที่ดี ยืนยันได้จากผลกำไรของการูดา แอร์ไลน์ส ที่กลับคืนมาตามเป้าเป็นครั้งแรกในปีนี้

รายงานระบุว่า วิโบโววางแผนที่จะเพิ่มที่นั่งภายในห้องโดยสารเครื่องบิน เน้นที่ธุรกิจการบินต้นทุนต่ำเพื่อขายตั๋วที่ราคาถูก เพื่อเพิ่มจำนวนผู้โดยสารให้ได้ 20% ตามเป้าที่ตั้งไว้ในปีนี้ ขณะที่ในช่วงไตรมาสแรกที่ผ่านมา กำไรสุทธิของการูดา แอร์ไลน์ส อยู่ที่ 11 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งดีขึ้นมากเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันเมื่อปีที่แล้วที่สายการบินขาดทุนถึง 168 ล้านเหรียญสหรัฐ

ด้วยความสำเร็จข้างต้น ทำให้วิโบโวเดินหน้าตัดลดต้นทุนเพิ่มเติม ทั้งการปรับโครงสร้างเส้นทางบิน ลดต้นทุนและลดหนี้ เพื่อให้สายการบินสามารถประหยัดต้นทุนให้ได้เกือบ 150 ล้านเหรียญสหรัฐ ตลอดปี 2015 นี้

ธุรกิจการบินอาเซียน ปรับกลยุทธ์บริหารฟื้นวิกฤต

 

ทั้งนี้ การูดา แอร์ไลน์ส ไม่ใช่สายการบินเดียวที่จัดการเปลี่ยนผู้บริหารเพื่อเปลี่ยนกลยุทธ์ เพราะสายการบินรัฐวิสาหกิจในไทยและมาเลเซีย ต่างก็จัดการจ้างผู้บริหารคนใหม่ ซึ่งเข้ามาปรับปรุงโครงสร้างองค์กรโดยมุ่งปรับปรุงการให้บริการที่จะลดช่องว่างระหว่างต้นทุนกับรายรับ เพื่อสามารถแข่งขันกับคู่แข่งจากทั่วโลก

จรัมพร โชติกเสถียร ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บริหารของสายการบินไทยคนใหม่เมื่อเดือนธ.ค.ที่ผ่านมา พร้อมกับโครงการฟื้นฟูกิจการที่ทำให้การบินไทยฟื้นจากวิกฤตขาดทุนต่อเนื่อง 2 ปี โดยกำไรสุทธิในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ของการบินไทยปรับขึ้นมาอยู่ที่ 136 ล้านเหรียญสหรัฐ

นิกเกอิ อาเซียน รีวิว รายงานว่า กำไรสุทธิข้างต้นเป็นผลพวงจากโครงการฟื้นฟูกิจการระยะเวลา 2 ปีของจรัมพร ซึ่งรวมถึงการลดจำนวนเส้นทาง 10% โดยเฉพาะเส้นทางในยุโรป เนื่องจากมีการแข่งขันอย่างดุเดือดจากคู่แข่งในตะวันออกกลาง ซึ่งในช่วงไตรมาสแรกการบินไทยตัดลดไปแล้ว 3 เส้นทาง

พร้อมกันนี้ การบินไทยยังมีแผนจะตัดลดเส้นทางกรุงเทพฯ-แฟรงก์เฟิร์ต ในเดือน พ.ค. และลดความถี่เที่ยวบินไปยังลอนดอนและมาดริดในช่วงหลายเดือนข้างหน้านี้ อีกทั้งยังลดจำนวนเครื่องบินจาก 11 ลำ เหลือ 8 ลำ เพื่อควบคุมต้นทุนค่าใช้จ่ายด้านการรักษาสภาพและซ่อมบำรุง

ธุรกิจการบินอาเซียน ปรับกลยุทธ์บริหารฟื้นวิกฤต

 

ด้านผู้บริหารคนใหม่ของสายการบินมาเลเซียแอร์ไลน์ส อย่าง คริสตอฟ มูลเลอร์ ดูเหมือนจะรับบทหนักที่สุด ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนผู้บริหารของหลายสายการบินในอาเซียน เพราะเพิ่งประสบเหตุโศกนาฏกรรม 2 ครั้งซ้อนในปี 2014 ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบินหายในเดือน มี.ค. และเครื่องบินถูกยิงตกในเดือน ก.ค.

กระนั้น สำหรับมูลเลอร์ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการการบิน ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการพลิกฟื้นวิกฤตธุรกิจการบิน โดยมีผลงานการันตีอย่างการบริหารพลิกฟื้นสายการบินลุฟท์ฮันซ่าของเยอรมนี สายการบินแอร์ ลินกุส สายการบินแห่งชาติไอร์แลนด์ เครือสวิสแอร์ กรุ๊ป และสายการบินซาบีน่าของเบลเยียม วิกฤตมาเลเซียแอร์ไลน์สเป็นอีกหนึ่งความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากพนักงานทุกคนของมาเลเซียแอร์ไลน์ส

สำหรับเป้าหมายหลักของมูลเลอร์แรกสุดก็คือ การตัดลดต้นทุนค่าใช้จ่ายอันเป็นส่วนหนึ่งของแผน 12 ข้อของการปรับโครงสร้างภายใต้เงื่อนไขขอเงินช่วยเหลือมูลค่า 6,000 ล้านริงกิต จากรัฐบาล ซึ่งรวมถึงเงินเดือนและสวัสดิการพนักงานราว 30% เพื่อหลีกเลี่ยงการปลดพนักงาน 

แนวโน้มการแข่งขันที่ดุเดือดเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดการบินในอาเซียนที่ผู้บริโภคเริ่มให้ความสำคัญกับราคาเป็นหลัก ทำให้ธุรกิจสายการบินอาเซียนที่ประสบความสำเร็จรายอื่นๆ ตัดสินใจปรับกลยุทธ์ด้านราคาเพื่อแข่งขันด้วยเช่นกัน

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดที่สุด คือ สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส สายการบินที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียนวัดจากปริมาณเงินทุน โดยในปีงบประมาณล่าสุดซึ่งสิ้นสุดเมื่อเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส สามารถทำกำไรสุทธิได้ถึง 275 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายงานระบุว่า สิงคโปร์ แอร์ไลน์ส มีแผนเปิดตัวโปรแกรมบินหรูราคาประหยัดในเดือน ส.ค.นี้ บนเส้นทางสิงคโปร์-ซิดนีย์ โดยผู้โดยสารจะจ่ายราคาตั๋วแพงกว่าชั้นประหยัดทั่วไปราว 10-20% แต่ได้ที่นั่งกว้างขึ้น ทีวีจอใหญ่ขึ้น และมื้ออาหารที่หลากหลายมากขึ้น

กระนั้น ชั้นบินเฟิสต์คลาสและบิซิเนสคลาส ยังคงมีความสำคัญต่อสิงคโปร์ แอร์ไลน์ส ไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นกุญแจสำคัญสำหรับการแข่งขันกับสายการบินในภูมิภาคตะวันออกกลาง

นอกจากการปรับกลยุทธ์ ด้วยการเปลี่ยนผู้บริหารและหันมาเน้นการบินที่คุ้มค่าใช้จ่ายมากขึ้น (มุ่งราคาประหยัด) แล้ว นักวิเคราะห์ยังระบุอีกว่า สถานการณ์ด้านราคาน้ำมันถูกยังเป็นปัจจัยภายนอกที่เอื้อให้ผลกำไรของเหล่าธุรกิจสายการบินกระเตื้องขึ้นมาอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม แนวโน้มราคาน้ำมันที่มีสิทธิปรับขึ้นได้ทุกเมื่อ ทำให้ปัจจัยดังกล่าวเป็นเพียงผลพลอยได้ชั่วคราวเท่านั้น และกุญแจสำคัญของการพลิกฟื้นจากวิกฤตยังคงเป็นการปรับปรุงการบริหารจัดการให้ได้ “ประสิทธิภาพ” สูงสุด

ข่าวล่าสุด

ฝรั่งเศสเดือด! ม็อบค่าครองชีพลามเป็นจลาจล ปะทะตำรวจทั่วประเทศ

ฝรั่งเศสเดือด! ม็อบค่าครองชีพลามเป็นจลาจล ปะทะตำรวจทั่วประเทศ