
พม่าส่งผู้อพยพกลับบังกลาเทศ
ย้ำชัดทั้งหมดเป็นชาวบังกลาเทศเผยติดต่อเจ้าหน้าที่เรียบร้อย
ย้ำชัดทั้งหมดเป็นชาวบังกลาเทศเผยติดต่อเจ้าหน้าที่เรียบร้อย
พม่าลั่นเตรียมจัดส่งผู้อพยพที่ช่วยไว้ทั้งหมดกลับบังกลาเทศ
ทางการพม่าออกมาเปิดเผยความคืบหน้าเกี่ยวกับชะตากรรมของกลุ่มผู้อพยพจำนวน 208 คน ที่ได้ให้ความช่วยเหลือไว้เมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ได้เตรียมการผลักดันให้ผู้อพยพเหล่านั้นทั้งหมดกลับบังกลาเทศ โดยเจ้าหน้าที่ฝ่ายพม่ายืนยันอีกว่าผู้อพยพทั้งหมดเป็นชาวบังกลาเทศ
ซอว์ ฮเทย์ ผู้อำนวยการสำนักทำเนียบประธานาธิบดีพม่า ระบุว่า รัฐบาลพม่าได้ให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแก่ผู้อพยพเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว และหลังจากนั้นก็จะดำเนินการส่งผู้อพยพกลับประเทศที่ผู้อพยพเหล่านี้จากมา
“เราได้จัดการติดต่อกับเจ้าหน้าที่พรมแดนภาคพื้นดินของบังกลาเทศเกี่ยวกับการเดินทางกลับของผู้อพยพเหล่านี้” ซอว์ ฮเทย์ กล่าว
ขณะนี้หลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะไทย มาเลเซีย และอินโดนีเซียกำลังเผชิญกับปัญหาผู้อพยพที่ส่วนใหญ่คือชาวโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศ ซึ่งหลบหนีความยากจนและการเข่นฆ่าสังหารในพม่าและบังกลาเทศ โดยรายงานประเมินว่ามีผู้อพยพมากถึง 2,000 คน ที่ยังคงอยู่ในเรือซึ่งลอยลำอย่างไร้ทิศทางในอ่าวเบงกอล
วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์เดอะ สตาร์ ของมาเลเซียรายงานอ้าง คาลิด อาบู บาการ์ หัวหน้าจเรตำรวจของมาเลเซียที่ออกมาเปิดเผยว่า ขณะนี้ทางการกำลังมองหาสถานที่ที่เหมาะสมสำหรับใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวให้กับกลุ่มผู้อพยพชาวโรฮีนจาและชาวบังกลาเทศ
รายงานระบุว่า เจ้าหน้าที่หลายรายเห็นตรงกันว่าพื้นที่ทางตอนเหนือของรัฐปีนังมีความเหมาะสมที่จะใช้เป็นที่พักพิงชั่วคราวได้ โดยอาบู บาการ์ ให้เหตุผลว่า เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้ายผู้อพยพเหล่านี้
“เราจะระมัดระวังอย่างเต็มที่ในการดำเนินการด้านเอกสารของผู้อพยพภายใต้ความช่วยเหลือจากฝ่ายตรวจคนเข้าเมือง” หัวหน้าจเรตำรวจมาเลเซีย กล่าว
ก่อนหน้านี้ บันคีมุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้ออกโรงเตือนประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อวันที่ 23 พ.ค.ให้เร่งหาข้อตกลงที่จะจัดการกับสาเหตุที่ก่อให้เกิดวิกฤตผู้อพยพ พร้อมระบุว่าสิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือการรักษาชีวิตผู้อพยพไว้ และไม่ส่งคนเหล่านี้กลับคืนสู่สถานการณ์ที่เลวร้าย
ขณะที่ จูเลีย บิชอบ รัฐมนตรีต่างประเทศออสเตรเลีย ให้สัมภาษณ์กับหนังสือพิมพ์ เดอะ วีกเอนด์ ออสเตรเลียน ว่า ทางอินโดนีเซียเชื่อว่าผู้อพยพส่วนใหญ่ไม่ใช่ชาวโรฮีนจา แต่เป็นแรงงานผิดกฎหมายชาวบังกลาเทศ ซึ่งไม่นับเป็นผู้อพยพลี้ภัยแต่อย่างใด







