
เศรษฐกิจยูโรโซนฟื้น หวั่นกรีซยังน่าเป็นห่วง
สำนักงานสถิติแห่งชาติยุโรป (ยูโรสแตต) เปิดเผย อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของ 19 ประเทศยูโรโซน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
สำนักงานสถิติแห่งชาติยุโรป (ยูโรสแตต) เปิดเผย อัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของ 19 ประเทศยูโรโซน ในไตรมาสแรกของปีนี้ว่าอยู่ที่ 0.4% ซึ่งไม่เพียงแต่จะดีกว่าไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วที่อยู่ที่ 0.3% แต่ยังเป็นระดับการเติบโตที่มากที่สุดในรอบเกือบ 2 ปี หรือนับตั้งแต่ไตรมาส 2 ของปี 2013 อีกด้วย
“ยูโรโซนได้ประโยชน์จากราคาน้ำมันที่ต่ำลงอย่างมาก การอ่อนค่าของเงินยูโรและการกระตุ้นของธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี)”ฮอวาร์ด อาร์เชอร์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ยุโรปของไอเอชเอส โกลบอล อินไซต์ กล่าว
เมื่อดูตัวเลขเศรษฐกิจในรายประเทศของยูโรโซนแล้ว แม้จะพบว่าเยอรมนีประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดของยูโรโซนจะเติบโตเพียง 0.3% ในไตรมาสแรกของปี ซึ่งต่ำกว่าที่คาดการณ์ ทว่าฝรั่งเศสซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของยูโรโซน มีการเติบโตอย่างสดใสและสร้างความประหลาดใจให้กับตลาด โดยขยายตัวถึง 0.6% ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ จากไตรมาส 4 ของปีที่แล้วที่อยู่ในภาวะชะงักงัน
เช่นเดียวกันกับอิตาลีที่เติบโตมากกว่าที่คาดการณ์ โดยเศรษฐกิจขยายตัว 0.3% จากที่ระดับ 0% ในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีที่แล้วนับเป็นการเปิดทางที่จะนำเศรษฐกิจอิตาลีหลุดพ้นจากภาวะถดถอย
ขณะที่ทางด้านกรีซซึ่งในขณะนี้ยังคงเดินหน้าเจรจากับบรรดาเจ้าหนี้ระหว่างประเทศเพื่อขอรับเงินช่วยเหลือก้อนสุดท้ายยังอยู่ในภาวะที่ย่ำแย่ เห็นได้จากเศรษฐกิจได้หดตัวเป็นไตรมาส 2 ติดต่อกัน ส่งผลให้กรีซกลับเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอีกครั้ง โดยไตรมาสแรกของปีนี้เศรษฐกิจหดตัวลง 0.2% ขณะที่ช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีที่แล้วหดตัว 0.4%
วิกฤตของกรีซยังเห็นได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น เมื่อรอยเตอร์สเปิดเผยรายงานระบุว่า จนถึงขณะนี้มีเพียงนายกเทศมนตรีจาก 2 เมือง จากทั้งหมดทั่วประเทศ 325 เมือง ที่ได้ส่งเงินช่วยเหลือให้กับรัฐบาลกลางตามคำสั่ง ที่ให้รัฐบาลท้องถิ่นโอนเงินสำรองเข้ามาที่ธนาคารกลางของประเทศ เพื่อจะนำเงินดังกล่าวไปชำระหนี้ให้ทันตามกำหนดเวลา รวมถึงใช้ในการจ่ายค่าแรงให้กับเจ้าหน้าที่ของรัฐบาล
จากคำสั่งดังกล่าวทางรัฐบาลกรีซตั้งเป้าหมายว่าจะระดมเงินให้ได้ 2,500 ล้านยูโร (ราว 9.5 หมื่นล้านบาท) ทว่าจนถึงขณะนี้รัฐบาลกลางกลับรวบรวมเงินจากมาตรการดังกล่าวได้เพียง 600 ล้านยูโรเท่านั้น (ราว 2.28 หมื่นล้านบาท)
“นายกเทศมนตรีทุกคนจะต้องมีความรับผิดชอบในระหว่างที่ประเทศเกิดวิกฤต” กาเบรียล สเกลลาริดิส โฆษกรัฐบาลกรีซ กล่าวเพื่อโจมตีท่าทีปฏิเสธของบรรดานายกเทศมนตรีเมืองต่างๆ ที่ปฏิเสธจะส่งเงินให้กับรัฐบาลกลาง
หนึ่งในนายกเทศมนตรีที่ไม่ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของรัฐบาล ก็คือ อโพสโตโลส คิมิซิส นายกเทศมนตรีของเมืองแอมฟิโลเกีย เมืองชายฝั่งทางตะวันตกของกรีซ ที่ระบุว่า ทางเมืองมีความจำเป็นที่ต้องใช้เงินเพื่อซ่อมถนนและรักษาปริมาณแหล่งน้ำในเมืองเล็กๆ แห่งนี้
ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศตะวันตกอย่างยูโรโซนที่ส่งสัญญาณสดใส ทว่า ตัวเลขเศรษฐกิจแดนมังกรซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 2 ของโลกกลับออกมาน่าผิดหวัง ไม่ว่าจะเป็นยอดการบริโภค การเติบโตทางด้านการลงทุนที่ปรับตัวแตะระดับลดต่ำลงที่ต่ำสุดในรอบหลายปี
สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (เอ็นบีเอส) เปิดเผยว่า การเติบโตของผลผลิตอุตสาหกรรม เดือน เม.ย. ปรับตัวเพิ่มขึ้นเพียง 5.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้วต่ำกว่าที่คาดการณ์ไว้ที่ 6%
ขณะที่ยอดการลงทุนสินทรัพย์ถาวร ซึ่งเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญทางเศรษฐกิจของจีน ในช่วง 4 เดือนแรกของปีนี้ขยายตัว 12% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว ซึ่งนับว่าเป็นการเติบโตที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค. 2000 เลยทีเดียว
ส่วนยอดการค้าปลีกซึ่งเป็นตัวชี้วัดการใช้จ่ายของผู้บริโภคก็เติบโตเพียง 10% เท่านั้น ที่ไม่เพียงแต่จะพลาดเป้าหมายแล้ว ยังเป็นการขยายตัวที่ต่ำที่สุดในรอบ 9 ปีอีกด้วย
ก่อนหน้านี้ ทางการจีนก็ได้เปิดเผยตัวเลขการส่งออก นำเข้า และตัวเลขเงินเฟ้อในเดือน เม.ย. ที่ออกมาน่าผิดหวังเช่นกัน ซึ่งจากข้อมูลเศรษฐกิจเหล่านี้ได้ส่งผลให้นักวิเคราะห์ต่างออกมาคาดการณ์กันว่า จีนจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอีกในปีนี้ ไม่ว่าจะเป็นการปรับลดอัตราดอกเบี้ยและการลดสัดส่วนเงินสำรองของธนาคารพาณิชย์ (อาร์อาร์อาร์)
“ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดของไตรมาสแรกได้ผ่านไปแล้ว ทว่าเศรษฐกิจจีนยังคงอ่อนแออย่างมาก ซึ่งรัฐบาลจะต้องเพิ่มมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติม” แลร์รี หู หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจจีนของบริษัทหลักทรัพย์ แมคควอรี ในฮ่องกง กล่าว
ทั้งนี้ ทางธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ได้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงในวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการปรับลดดอกเบี้ยครั้งที่ 3 ในรอบ 6 เดือน ขณะที่ได้ปรับลดอาร์อาร์อาร์ไปแล้วถึง 2 ครั้งในปีนี้เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ







