
จีนต้องปฏิรูป
เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญหน้ากับภาวะชะลอตัวที่อาจรุนแรงจนถึงขั้น “ฮาร์ดแลนดิ้ง” ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ก็ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 6 เดือน เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา
เศรษฐกิจจีนกำลังเผชิญหน้ากับภาวะชะลอตัวที่อาจรุนแรงจนถึงขั้น “ฮาร์ดแลนดิ้ง” ในขณะเดียวกัน ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ก็ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 6 เดือน เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา
แฮงค์ พอลสัน อดีตรัฐมนตรีกระทรวงการคลังสหรัฐ ที่เคยมีสัมพันธ์ทางธุรกิจกับจีนในช่วงปี 1976-2006 ขณะที่เป็นผู้บริหารโกลด์แมน แซคส์ แสดงทัศนะว่า จีนต้องการการปฏิรูปโครงสร้างเศรษฐกิจ โดยเศรษฐกิจจีนที่ผ่านมาขึ้นอยู่กับการส่งออก การลงทุนของรัฐวิสาหกิจ และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ส่งผลให้การขยายตัวทางเศรษฐกิจไม่ได้เป็นไปอย่างยั่งยืน และสร้างหนี้จำนวนมหาศาล
“จีนมีรูปแบบการสนับสนุนเศรษฐกิจที่เริ่มหมดกำลังลงและต้องการการปฏิรูป รวมถึงความผิดพลาดใหญ่นี้อาจทำให้นักลงทุนประเมินกำลังของจีนสูงเกินจริง เช่นเดียวกับประเมินศักยภาพจีนต่ำกว่าความเป็นจริงได้” พอลสัน กล่าว
อย่างไรก็ตาม การขยายตัวทางเศรษฐกิจในไตรมาสแรกของปี 2015 นี้ ยังคงอยู่ที่ 7% เมื่อเทียบแบบปีต่อปี โดยอดีตรัฐมนตรีสหรัฐ ระบุว่า จีนอาจจะสามารถรักษาอัตราการเติบโตที่ 7% นี้ได้ ทว่าปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อการตัดสินใจของนักลงทุนยังอยู่ที่จีนจะปฏิรูปการขยายตัวเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ หรือยังคงลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานมากเกินไป
“ถ้าหากจีนเลือกที่จะโตถูกทาง ผมคิดว่าบรรดานักลงทุนคงจะมีมุมมองบวกในระยะยาว แม้ถนนอาจจะขรุขระไปบ้าง แต่ถ้าจีนยังคงลงทุนเกินขนาดในโครงสร้างพื้นฐานต่อไป ผมคิดว่าตรงนั้นคงเป็นความเสี่ยงและไม่แน่นอน และจะส่งผลต่อเศรษฐกิจ” พอลสัน กล่าว







