
พูดน้อยลงมือหนัก
ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด (โจโกวี) แห่งอินโดนีเซียเป็นผู้ขึ้นมารับตำแหน่งท่ามกลางปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อ ต.ค. 2014 อัตราเงินเฟ้อก็ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินรูเปียห์ดิ่งลง ส่วนการขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวจนใกล้เคียงภาวะถดถอย
ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด (โจโกวี) แห่งอินโดนีเซียเป็นผู้ขึ้นมารับตำแหน่งท่ามกลางปัญหาทางเศรษฐกิจ โดยตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อ ต.ค. 2014 อัตราเงินเฟ้อก็ปรับตัวสูงขึ้น พร้อมกับอัตราแลกเปลี่ยนเงินรูเปียห์ดิ่งลง ส่วนการขยายตัวทางเศรษฐกิจชะลอตัวจนใกล้เคียงภาวะถดถอย
วิลเลียม เปเส็ก คอลัมนิสต์บลูมเบิร์ก แสดงทัศนะว่า เศรษฐกิจที่ย่ำแย่ในขณะนี้ไม่ใช่ความผิดของโจโกวีแต่ผู้เดียว อย่างไรก็ตาม หากต้องการเอาชนะปัญหาอย่างรวดเร็ว ประธานาธิบดีอินโดนีเซียจำต้องลดความเป็นประชาธิปไตยในการทำงาน
ทั้งนี้ โจโกวีเคยตั้งใจจะกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 7.04 แสนล้านบาท) แต่เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา กลับมีการใช้จ่ายเงินไปเพียง 541 ล้านเหรียญสหรัฐเท่านั้นเปเส็กแสดงความเห็นว่า โจโกวีต้องหารือให้น้อยลงและลงมือทำงานให้มากขึ้น รวมถึงการตัดขั้นตอนราชการที่ยุ่งยากและการปราบปรามการทุจริตอย่างจริงจัง มิฉะนั้นโจโกวีจะไม่สามารถดึงดูดการลงทุนเพื่อพัฒนาเศรษฐกิจให้เติบโตถึง 7% ได้ตามสัญญาไว้กับประชาชน
ทุกวันนี้โลกกำลังอยู่ในภาวะที่จีนซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่ชะลอตัว ขณะที่สหรัฐกำลังเข้มงวดในนโยบายการเงินมากขึ้น ซึ่งแน่นอนว่าอินโดนีเซียจะเป็นประเทศที่ได้รับผลกระทบมากกว่าประเทศตลาดเกิดใหม่ด้วยกัน พูดให้ชัดเจนคือ เวลาจะไม่รอคอยโจโกวีอีกต่อไป และจำเป็นอย่างยิ่งที่ประธานาธิบดีอินโดนีเซียผู้นี้จะต้องดำเนินนโยบายที่ให้สัญญาไว้กับประชาชนให้ชัดเจน







