
‘ใช้เท้าคิด’
“ใช้เท้า” ในที่นี้คงไม่ใช่พืชมีหัวแน่นอน เพราะพืชมีหัวที่มีคุณประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยการละลายเสมหะ แก้พิษ ลดความดัน
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
“ใช้เท้า” ในที่นี้คงไม่ใช่พืชมีหัวแน่นอน เพราะพืชมีหัวที่มีคุณประโยชน์มากมาย ทั้งช่วยการละลายเสมหะ แก้พิษ ลดความดัน ขยายหลอดลม-หลอดเลือด และรักษาฝ้ากระนี้ สะกดคำว่า “ไช้เท้า” แต่ “ใช้เท้า” เป็นเทรนด์ใหม่ในการทำงานของเกาหลี ซึ่งแปลกดีและไม่เกรงใจใคร หากเขาจะว่า “ทำงานแบบใช้เท้าคิด”
หลังจากที่คอมพิวเตอร์ครอบครองสำนักงานทุกแห่งในโลก การงานทำสำเร็จได้เพียงเอานิ้วจิ้มลงบนคีย์บอร์ดหรือหน้าจอสมาร์ทโฟนเท่านั้น แล้วคนก็หวนกลับไปเป็นมนุษย์โบราณที่นั่งง่วนอยู่กับการจิ้มนิ้วนานหลายชั่วโมงในถ้ำ จะโผล่ออกจากถ้ำไปไหนๆ ก็เมื่อหิวและต้องออกไปหาอาหารเท่านั้น ...เป็นพฤติกรรมที่ช่างย้อนยุคไปไกล และน่าเป็นห่วงตั้งแต่เด็ก... การที่ร่างกายต้องนั่งอยู่ในท่าทางเดิมนานหลายชั่วโมงทำให้เกิดโรคมากมาย ซึ่ง American Cancer Society พบว่า “ผู้หญิงที่นั่งอยู่ในท่าเดิมมากกว่า 6 ชั่วโมง/วัน มีความเสี่ยงต่อการตายด้วยโรคต่างๆ ถึง 37% ในขณะที่ผู้ชายมีความเสี่ยง 17% เมื่อเทียบกับผู้ที่นั่งน้อยกว่า 3 ชั่วโมง/วัน” ...ผู้หญิงหลายคนที่นั่งนานๆ อาจเกิดปัญหากับกระดูกสันหลังและขาบวมน้ำ ด้วยเหตุนี้ออฟฟิศจำนวนมากในเกาหลีจึงได้เปลี่ยนรูปแบบของสำนักงานใหม่โดยให้มีโต๊ะยืนทำงาน...
แนวความคิดนี้ไม่ใช่ของใหม่ แต่เริ่มต้นมาจากซิลิคอน วัลเลย์ในสหรัฐอเมริกาและยุโรปเหนือ เมื่อกระแสรักสุขภาพเริ่มต้นหลายปีก่อน และกลายเป็นเทรนด์ใหม่ที่ต้องจัดให้มีโต๊ะยืนทำงานเพื่อป้องกันอันตรายต่อสุขภาพของพนักงาน จนถึงกับเปรียบเทียบว่า “การนั่งติดเก้าอี้คือการติดบุหรี่แนวใหม่” ...การยืนทำงานนอกจากจะดีต่อสุขภาพแล้วยังให้ผลดีต่อความคิดด้วย จากการสำรวจในออฟฟิศที่เกาหลี พนักงานหลายคนบอกว่า การยืนทำให้เห็นภาพในมุมใหม่และมุมกว้างขึ้น ทำให้ความคิดหลั่งไหลออกมามาก นั่งคิดงานไม่ออกแต่พอมายืนและเดินไปมากลับคิดออก ยุคนี้เกาหลีจึงเอาจริงเอาจังกับการ “ใช้เท้าคิดดีกว่าใช้ก้นคิด”...
ครั้งหนึ่ง “เชกา” ได้มีโอกาสไปพบศาสตราจารย์ชาวเยอรมันที่มีผลงานทางความคิดได้รางวัลระดับโลก ตอนที่ท่านเขียนหนังสือเล่มใหม่ท่านจะเอากระดาษโพสต์อิทมาแปะลงบนกระดานไม้ที่ตั้งไว้หลายแผ่นในห้อง แล้วเดินไปทั่วห้องเวลาคิด ท่านบอกว่า ถ้านั่งเฉยๆ คิดไม่ออกต้องเดินจึงคิดออก ความคิดสร้างสรรค์ของมนุษย์เกิดขึ้นในอิริยาบถที่แตกต่างกันเหมือนกับการยูเรก้า-ซาโตริ-บรรลุธรรม ที่เป็นไปได้ในทั้งสี่อิริยาบถ คือ ยืนเดินนั่งนอน ...ซึ่งบริษัทอาจจะได้ X-Men ทางความคิดมาจากการฉีกแนวเดิมๆ ให้ยืนและเดินมากกว่านั่งก็ได้
สำหรับออฟฟิศในเกาหลี พบว่าการยืนทำงานทำให้เกิดปฏิสัมพันธ์กับมนุษย์มากกว่าตอนนั่งอย่างเดียว ที่แม้แต่จะคุยกับเพื่อนร่วมงานในห้อง ยังต้องส่งเมสเซจผ่านหน้าจอข้ามโต๊ะ เพราะเมื่อยืนได้ก็เดินไปหาเพื่อนร่วมงานได้ง่าย... มันดีเลิศขนาดที่คนเคยมาทำงานสายบ่อยๆ กลับรีบมาแต่เช้าเพื่อลงชื่อจองโต๊ะยืนก่อนเพื่อน...
และแน่นอนว่าเกาหลีต้องไม่พลาดที่จะขี่กระแสการทำงานรูปแบบใหม่นี้เช่นกัน ผู้ผลิตเฟอร์นิเจอร์สำนักงานเกาหลีได้ออกแบบโต๊ะทำงานรูปแบบใหม่ให้สามารถปรับความสูงได้ จะยืนหรือจะนั่งก็ปรับตามสบาย แถมยังมีเครื่องนับแคลอรีแบบอิเล็กทรอนิกส์ติดโต๊ะให้ด้วย ...ตอนนี้ยอดสั่งจองจากบริษัทใหญ่ๆ มาล้นจนผลิตให้ไม่ทันเลยละค่ะ...







