
ช่วยเหลือเนปาลล่าช้า เหตุติดกำแพงศุลกากร
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.8 ตามมาตรวัดริกเตอร์สเกล
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
ยอดผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวขนาด 7.8 ตามมาตรวัดริกเตอร์สเกล เมื่อวันที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ยังปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ในวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมาจะสามารถช่วยเหลือผู้รอดชีวิตได้เพิ่มอีก 3 คน แต่ยอดผู้เสียชีวิตจากธรณีพิบัติภัยดังกล่าวอยู่ที่อย่างน้อย 7,250 คน ในขณะที่มีผู้บาดเจ็บอีกมากกว่า 1.4 หมื่นคน
ในปัจจุบันปฏิบัติการช่วยเหลือเปลี่ยนจากการให้ความสนใจกับการค้นหาผู้รอดชีวิต เป็นการส่งความช่วยเหลือทั้งอาหาร เต็นท์ และยารักษาโรคไปยังเนปาลแทน
อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือและเยียวยาผู้รอดชีวิตดำเนินไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากภูมิประเทศของเนปาลที่เป็นเทือกเขา ซึ่งแต่ละหมู่บ้านมีความห่างไกล รวมถึงถนนในเนปาลหลายแห่งยังถูกตัดขาด
ในขณะเดียวกัน ไบเรนทรา ปราซัด เชรสทรา ผู้จัดการสนามบินนานาชาติกาฐมาณฑุ เปิดเผยว่า ในปัจจุบันเครื่องบินหนักไม่ได้รับอนุญาตให้ลงจอดที่สนามบินในเนปาล เนื่องจากรันเวย์ในสนามบินได้รับความเสียหายจากแผ่นดินไหวและอาฟเตอร์ช็อกที่เกิดขึ้น
นอกจากประเด็นดังกล่าวแล้ว สำนักข่าวเอเอฟพียังรายงานอีกด้วยว่า เสบียงที่องค์กรให้ความช่วยเหลือต่างๆ จากหลากหลายประเทศทั่วโลกต้องติดอยู่ที่สนามบินนานาชาติกาฐมาณฑุในเนปาล นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าเจ้าหน้าที่ศุลกากรเนปาลยังหยุดรถบรรทุกสิ่งของช่วยเหลือผู้ประสบภัยที่ข้ามจากอินเดียมายังเนปาลอีกด้วย
วาเลรี อามอส หัวหน้าฝ่ายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ออกมาแสดงความกังวลต่อประเด็นศุลกากรของเนปาลว่า กระบวนการภาษีศุลกากรของเนปาลทำให้ความช่วยเหลือต่างๆ ไปถึงชาวเนปาลได้ช้าลง
“ฉันกังวลอย่างมากที่ได้ยินรายงานว่ากระบวนการทางศุลกากรใช้เวลาดำเนินการเป็นระยะเวลานาน” อามอส กล่าว
พร้อมกันนี้ หัวหน้าความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมของยูเอ็นเปิดเผยอีกด้วยว่า ได้เรียกร้องไปยังนายกรัฐมนตรี ซูชิล โคราลา แห่งเนปาลให้เร่งการกระบวนการศุลกากรดังกล่าวแล้ว
ด้าน แล็กซ์มี ปราซัด ธาคาล โฆษกกระทรวงกลาโหมเนปาล กล่าวว่า สิ่งของทั้งหมดที่มาจากต่างประเทศจะต้องได้รับการตรวจสอบ อย่างไรก็ตาม ทางเนปาลได้ยกเลิกภาษีนำเข้าสำหรับผ้าใบกันน้ำและเต็นท์แล้ว เมื่อวันที่ 30 เม.ย.ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ทางรัฐบาลเนปาลยังได้ดำเนินการช่วยเหลือขนส่งเสบียงเยียวยาให้แก่ผู้ประสบภัยที่อยู่ในพื้นที่ห่างไกลแล้ว
ไม่เพียงความเสียหายต่อชีวิตแล้ว ทรัพย์สินภายในเนปาลก็ได้รับความเสียหายเช่นกัน โดยยูเอ็น ระบุว่า ความเสียหายต่อบ้านเรือนอยู่ที่ราว 3 แสนหลัง ซึ่งแบ่งเป็นบ้านเรือน 1.6 แสนหลัง ที่พังทลาย และอีก 1.43 แสนหลัง ที่ได้รับความเสียหาย
ในขณะเดียวกัน สถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและมรดกทางประวัติศาสตร์ทั้งพระปรางค์สวยัมภูวนาถ และหอคอยธรหารา มรดกโลกในกรุงกาฐมาณฑุ ก็ได้รับความเสียหายอย่างรุนแรงจากเหตุการณ์แผ่นดินไหวที่ผ่านมาเช่นเดียวกัน
นิบูนา เชรสทรา เจ้าหน้าที่องค์การการศึกษาวิทยาศาสตร์และวัฒนธรรมแห่งสหประชาชาติ (ยูเนสโก) ของยูเอ็น กล่าวว่า ยังมีอนุสรณ์สถานอีก 18 แห่งทั่วเนปาลที่ได้รับความเสียหาย ในขณะที่รายงานความเสียหายทั้งหมดยังไม่สมบูรณ์ดี เนื่องจากการติดต่อสื่อสารผ่านโทรศัพท์เป็นไปอย่างยากลำบาก ในขณะที่การลงพื้นที่ก็ต้องเผชิญกับถนนหนทางที่ถูกตัดขาด
นอกจากนี้ เชรสทรา ยังระบุอีกด้วยว่า ในช่วง 5 ทศวรรษที่ผ่านมา มรดกทางประวัติศาสตร์ของเนปาลได้รับผลกระทบมากถึง 68 แห่ง
“ของพวกนี้ไม่ใช่แค่อนุสรณ์สถาน แต่เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน การที่ต้องสูญเสียไป ก็เหมือนกับสูญเสียคนในครอบครัว” เชรสทรา กล่าว
ด้านนายกรัฐมนตรี ซูชิลโคราลา แห่งเนปาล กล่าวว่า แม้สิ่งสำคัญอันดับแรกในปัจจุบันจะเป็นการช่วยเหลือและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากแผ่นดินไหว ทว่า โคราลาก็ให้สัญญาว่าจะซ่อมแซมมรดกทางประวัติศาสตร์ ศาสนา และสำคัญต่อทางโบราณคดีทั้งหมด







