posttoday
เปิดแผนรัฐ แก้เกมประมง

เปิดแผนรัฐ แก้เกมประมง

23 เมษายน 2558

จุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ได้เข้าชี้แจงต่อคณะทำงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีแล้ว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากรมประมงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจน้ำ กองทัพเรือ กรมศุลกากร และกรมเจ้าท่าในการตรวจจับเรือที่กระทำผิดกฎหมายต่อเนื่อง สิ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงต้องเร่งรัดดำเนินการอย่างต่อเนื่องให้เกิดความเข้มข้น คือ 1.การเร่งรัดแก้ไขกฎหมายประมงให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากล ซึ่งในช่วงที่มีการปรับปรุง พ.ร.บ.การประมง ได้ผ่านสภาแล้วอยู่ในระหว่างทรงลงพระปรมาภิไธยยังไม่มีผลบังคับใช้

จุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่า ได้เข้าชี้แจงต่อคณะทำงานของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีแล้ว อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากรมประมงได้ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งตำรวจน้ำ กองทัพเรือ กรมศุลกากร และกรมเจ้าท่าในการตรวจจับเรือที่กระทำผิดกฎหมายต่อเนื่อง สิ่งที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังคงต้องเร่งรัดดำเนินการอย่างต่อเนื่องให้เกิดความเข้มข้น คือ 1.การเร่งรัดแก้ไขกฎหมายประมงให้สอดคล้องกับหลักปฏิบัติสากล ซึ่งในช่วงที่มีการปรับปรุง พ.ร.บ.การประมง ได้ผ่านสภาแล้วอยู่ในระหว่างทรงลงพระปรมาภิไธยยังไม่มีผลบังคับใช้

2.การปรับปรุงแผนระดับชาติในการป้องกัน ขจัด และยับยั้งการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ NPOA-IUU พ.ศ. 2558-2562 ซึ่งที่ผ่านมาไทยยังไม่ได้มีการทำ

3.การติดตั้งอุปกรณ์ติดตามตำแหน่งเรือ หรือ VMS และปรับปรุงระบบตรวจสอบย้อนกลับในสายการผลิตสินค้าประมง หรือ Traceability จากข้อแนะนำใน 3 มาตรการหลักของอียูนั้น ขณะนี้กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมประมงได้ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย 6 กิจกรรม ได้แก่

- การจดทะเบียนเรือประมงและออกใบอนุญาตทำการประมงได้มีการจดทะเบียนเรือประมงเพิ่มเติม 4,243 ลำ และออกใบอนุญาตทำการประมง 12,455 ลำ

- ควบคุมและเฝ้าระวังการทำประมงกรมประมงได้จัดตั้งศูนย์บัญชาการควบคุมเฝ้าระวังการทำประมง (MCS) ที่ส่วนกลาง และในภูมิภาค 18 ศูนย์ เพิ่มชั่วโมงในการปฏิบัติงานควบคุมเฝ้าระวังการทำประมงให้เข้มงวดมากขึ้น และจัดตั้งศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกของเรือประมง (Port in-Port out) 26 ศูนย์ เพื่อรับแจ้งและตรวจสอบเรือประมงขนาดตั้งแต่ 30 ตันกรอสขึ้นไปที่เข้าและออกจากท่าเทียบเรือ

การจัดทำระบบติดตามตำแหน่งเรือ หรือ VMS ขณะนี้มีระเบียบข้อบังคับให้เรือประมงขนาดตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไปติดตั้ง VMS ส่วนเรือประมงขนาด 30-60 ตันกรอส คาดว่าจะประกาศให้ติดตั้ง VMS ในภายหลังเมื่อ พ.ร.บ.การประมง ฉบับใหม่มีผลบังคับใช้

4.การปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับ กรมประมงได้เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบย้อนกลับตลอดสายการผลิตจากเรือประมง แพปลา โรงงานแปรรูป และผู้ส่งออก ให้มีประสิทธิภาพ รวม
ทั้งปรับปรุงระบบการตรวจสอบย้อนกลับโดยการอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ ผู้ประกอบการประมงและผู้ควบคุมเรือประมง และเน้นให้ความสำคัญกับด่านตรวจสัตว์น้ำที่มีเรือประมงต่างชาติเข้าเทียบท่าขนถ่ายสัตว์น้ำจำนวน 7 แห่ง ใน 6 จังหวัด ได้แก่ กทม. ชลบุรี สมุทรสาคร สงขลา ระนอง และภูเก็ต

5.การปรับปรุงพระราชบัญญัติการประมงและกฎหมายลำดับรอง ขณะนี้ร่าง พ.ร.บ.การประมง ได้ผ่านการประชุมพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ คาดว่าจะมีผลบังคับใช้ในเดือน ก.ค.นี้ นอกจากนี้ยังได้ร่างกฎหมายลำดับรองรวม 70 ฉบับ โดยเฉพาะกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมง IUU จำนวน 11 ฉบับ

6.การจัดทำแผนระดับชาติในการป้องกัน ยับยั้ง และขจัดการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม หรือ NPOA-IUU กรมประมงได้ปรับปรุงร่าง NPOA-IUU ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยได้ร่างสุดท้ายแล้ว คาดว่าจะได้ฉบับสมบูรณ์ภายในเดือน เม.ย.นี้

พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน กล่าวว่า กระทรวงจะเข้าไปให้การสนับสนุนหน่วยงานที่ต้องดำเนินการเรื่องดังกล่าว เช่น การขึ้นทะเบียนลูกเรือ ขณะที่เรื่องแรงงานประมงแม้จะไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีนี้โดยตรงก็จะดำเนินการแก้ปัญหาต่อไป

วิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารโดยเฉพาะอาหารทะเลมีความกังวลเรื่องการส่งออก แม้ขณะนี้จะไม่ได้รับผลกระทบโดยตรง เนื่องจากยุโรปยังไม่ได้สั่งห้ามนำเข้าสินค้าไทย แต่ส่วนหนึ่งอาจส่งผลด้านจิตวิทยาต่อการซื้อสินค้าจากไทยได้

อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าผู้ประกอบการในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารก็ต้องปรับตัวมากขึ้นตามไปด้วย โดยการเร่งยกระดับมาตรฐานการผลิตให้สูงเทียบเท่ามาตรฐานสากล ซึ่งขณะนี้ผู้ประกอบการหลายรายสามารถปรับตัวได้มากแล้ว ก่อนหน้านี้ภาคเอกชนได้มีการส่งตัวแทนเข้าไป เพื่อรับทราบถึงการออกมาตรการหรือกฎระเบียบที่ควบคุมการใช้แรงงานในอุตสาหกรรมประมงของภาครัฐมาบ้างแล้ว ซึ่งภาคเอกชนเข้าใจว่าเป็นเรื่องละเอียดอ่อน นอกจากนี้ต้องมีการตรวจสอบอย่างเข้มงวด เนื่องจากวัตถุดิบบางประเภทที่ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารก็มีการนำเข้า ซึ่งเมื่อเกิดผลกระทบก็เกี่ยวโยงตลอดซัพพลายเชน

ขณะที่ บุญเพ็ง สันติวัฒนธรรม ประธานกลุ่มอุตสาหกรรมอาหาร ส.อ.ท. กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและมีผลต่อการค้าและการส่งออกของอุตสาหกรรมอาหาร ดังนั้น กลุ่มจะมีการหารือประเด็นดังกล่าว รวมถึงหาแนวทางในการปรับตัวในวันที่ 23 เม.ย.นี้

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย