
จีนลดกันทุนสำรองแบงก์
ท่ามกลางการคาดการณ์ของบรรดานักลงทุนและนักวิเคราะห์ว่าจีนอาจจะใช้มาตรการกระตุ้นออกมาอีกระลอกเพื่อพลิกฟื้นภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ล่าสุดนั้น ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ได้ประกาศลดสัดส่วนการกันทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ลงอีก 1% เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการกู้ยืมในระบบเศรษฐกิจจีนมากขึ้น
ท่ามกลางการคาดการณ์ของบรรดานักลงทุนและนักวิเคราะห์ว่าจีนอาจจะใช้มาตรการกระตุ้นออกมาอีกระลอกเพื่อพลิกฟื้นภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน ล่าสุดนั้น ธนาคารกลางจีน (พีบีโอซี) ได้ประกาศลดสัดส่วนการกันทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ลงอีก 1% เพื่อเป็นการกระตุ้นให้เกิดการกู้ยืมในระบบเศรษฐกิจจีนมากขึ้น
ความเคลื่อนไหวของจีนในครั้งนี้มีขึ้นท่ามกลางความคาดหมายของหลายฝ่ายที่เชื่อว่าจีนจะใช้มาตรการบางอย่างออกมาในเร็วๆ นี้ หลังจากที่เศรษฐกิจจีนในไตรมาสแรกของปีนี้นั้น มีอัตราการเติบโตเพียง 7% นับว่าต่ำที่สุดตั้งแต่ช่วงไตรมาสแรกของปี 2009
โดยในช่วง 2 ปีที่ผ่านมานี้ จีนได้ใช้มาตรการลดอัตราดอกเบี้ยลงถึง 2 ครั้งในเดือน พ.ย. และตามมาด้วยในเดือน ก.พ. ทำให้อัตราดอกเบี้ยกู้ยืมระยะ 1 ปี ลงมาอยู่ที่ 5.35% ขณะที่ดอกเบี้ยเงินฝากอยู่ที่ 2.5% อีกทั้งเมื่อเดือน ก.พ.นั้น จีนยังเพิ่งจะประกาศลดสัดส่วนการกันทุนสำรองของธนาคารพาณิชย์ลงด้วย
อย่างไรก็ตาม โจวเสี่ยวฉวน ผู้ว่าการพีบีโอซี ได้ย้ำว่า จีนยังมีช่องทางสำหรับการกระตุ้นอยู่อีกมาก แต่ทว่าจีนจะค่อยๆ ปรับและอาจจะไม่ใช้มาตรการใหม่ๆ ออกมา หรือถ้าหากจะนำออกมาใช้ก็จะไม่ใช้อย่างเต็มที่
ในระหว่างการให้สัมภาษณ์ที่กรุงวอชิงตัน ขณะเข้าร่วมการประชุมของบรรดาผู้นำธนาคารกลางของกลุ่มประเทศ จี20 ว่า จีนยังมีสัดส่วนเงินสำรองที่สามารถนำออกมาใช้เพื่อการกระตุ้นอีก มาก และอัตราดอกเบี้ยของจีนก็ยังไม่ถือว่าอยู่ในระดับต่ำที่ 0% แต่กระนั้นจีนก็จำเป็นที่จะต้องใช้อย่างระมัดระวัง
ที่ผ่านมาอีกบรรดาผู้นำจีนเองที่ต่างให้ความหวังมาเป็น ระยะๆ ถึงการออกมาตรการกระตุ้นอย่างเช่นเมื่อเดือนที่แล้ว นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง ก็กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ผู้กำหนดนโยบายจะใช้มาตรการสนับสนุนระบบเศรษฐกิจทันที ถ้าหากภาคแรงงานและ ค่าจ้างแรงงานได้รับผลกระทบจากภาวะชะลอตัวของเศรษฐกิจ ขณะที่ โจวเสี่ยวฉวน เองก็เคยกล่าวว่า จีนจำเป็นที่จะต้องจับตาต่อปัญหาเงินฝืด และเจ้าหน้าที่ก็ยังมีช่องว่างเหลืออีกมากที่จะดำเนินการในทันที







