posttoday
เตือนตลาดเกิดใหม่ เผชิญศก.โตต่ำยาว

เตือนตลาดเกิดใหม่ เผชิญศก.โตต่ำยาว

09 เมษายน 2558

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกโรงเตือนโลก

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกโรงเตือนโลก ซึ่งหมายรวมถึงกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ว่า จะต้องเผชิญกับศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลง ในช่วงระยะเวลา 5 ปีข้างหน้านี้

รายงานระบุว่า ศักยภาพการเติบโตของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ขยายตัวเพียง 6.5% ในช่วงระหว่างปี 2008-2014 ซึ่งต่ำกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจถึง 2% ขณะเดียวกันยังคาดการณ์ด้วยว่า ศักยภาพการเติบโตจะตกต่ำลงไปมากกว่านี้ไปอยู่ที่ 5.2% ในช่วงปี 2015-2020 อันเนื่องมาจากประชากรเข้าสู่วัยสูงอายุ ซึ่งถือเป็นอุปสรรคเชิงโครงสร้างที่กระทบต่อการขยายตัวของเงินทุน และการเติบโตของผลิตผลที่ชะลอตัวลง

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็น จีน บราซิล หรือรัสเซีย ซึ่งล้วนเป็นกลุ่มประเทศยักษ์ใหญ่ในประเทศตลาดเกิดใหม่ ก็กำลังเผชิญกับปัญหาการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง โดยศักยภาพการเติบโตของจีน ซึ่งเป็นประเทศที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก อาจจะลดต่ำลงอีก เนื่องจากทางการจีนกำลังเดินหน้าเข้าสู่การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจที่จะลดการพึ่งพาการลงทุน ไปสู่เศรษฐกิจที่เติบโตจากการบริโภคแทน

นอกจากนี้ จีนเองก็เพิ่งเผชิญกับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวต่ำที่สุดในรอบ 24 ปี เมื่อปี 2014 ส่วนในปี 2015 จีนก็ตั้งเป้าหมายการเติบโตไว้ที่ 7% เท่านั้น

ด้าน วอลสตรีท เจอร์นัล รายงานว่า บราซิลก็มีแนวโน้มที่จะเผชิญภาวะเศรษฐกิจหดตัวติดต่อกันเป็นปีที่ 2 หลังนักลงทุนแสดงความกังวลต่อการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันของทางรัฐบาล ส่วนกรณีของรัสเซียก็กำลังเผชิญวิกฤตกับชาติตะวันตก และราคาน้ำมันที่ปรับตัวลดลงอย่างมาก

ยิ่งไปกว่านั้ัน ประชากรในตลาดแรงงานของกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ก็ปรับตัวลดลง เห็นได้จากการรายงานของวอลสตรีท เจอร์นัล ที่ระบุว่า ในช่วงระยะเวลา 25 ปีที่ผ่านมา อัตราการเจริญพันธุ์ของบราซิลจากเดิมที่การมีบุตรเคยอยู่ที่เกือบ 3 คนต่อคุณแม่ 1 คน ปัจจุบันลดเหลือน้อยกว่า 2 คน ขณะที่กรณีของจีนเป็นผลพวงจากการใช้นโยบายลูกคนเดียวมานาน เช่นเดียวกับรัสเซียที่ประชากร
ในกลุ่มแรงงานกำลังปรับตัวลดลงต่อเนื่อง

ศักยภาพการเติบโตที่ลดลงนี้ ทำให้ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่เผชิญกับปัญหาในการเพิ่มการกักเก็บเงินสำรองเพื่อใช้ในยามฉุกเฉินอีกด้วย

“ในกลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ ศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ลดลงจะเป็นการสร้างอุปสรรคที่มากขึ้นในการเสริมสร้างเงินคลังสำรอง” รายงานของไอเอ็มเอฟ ระบุ

ขณะที่ไฟแนนเชียลไทมส์ สื่อจากอังกฤษ ระบุว่า ศักยภาพเติบโตที่ลดลงจะทำให้กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่ประสบปัญหามากขึ้น ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งของงบประมาณรัฐบาล ซึ่งมีส่วนสำคัญในการเพิ่มการใช้จ่ายของรัฐบาล และปรับลดการจัดเก็บภาษี ระหว่างการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม ทางไอเอ็มเอฟ ระบุว่า เพื่อเป็นการสร้างศักยภาพการเติบโตทางเศรษฐกิจให้เพิ่มขึ้น กลุ่มประเทศตลาดเกิดใหม่จำเป็นจะต้องใช้จ่ายในโครงสร้างพื้นฐานให้มากขึ้น เพื่อให้หลุดพ้นจากภาวะที่ยากลำบาก และต้องเดินหน้าปฏิรูปเชิงโครงสร้างเพื่อพัฒนาสภาพแวดล้อมธุรกิจและตลาดสินค้า รวมถึงเพื่อเสริมสร้างทรัพยากรมนุษย์ด้วย

ขณะเดียวกัน ไอเอ็มเอฟยังได้ระบุถึงกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วด้วยว่า ศักยภาพการเติบโตของกลุ่มประเทศเหล่านี้จะขยายตัว 1.6% ในช่วงระยะเวลาปี 2015-2020 ซึ่งนับว่าขยายตัวมากกว่าช่วง 7 ปีก่อนหน้า ทว่ายังนับว่าขยายตัวต่ำกว่าช่วงก่อนหน้าเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจที่ขยายตัวถึง 2.25% ต่อปี

ในกรณีของกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วนั้น ไอเอ็มเอฟได้ระบุว่า การสนับสนุนให้เกิดความต้องการที่ต่อเนื่องเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อที่จะชดเชยผลกระทบจากความต้องการการลงทุน และการเติบโตของเงินทุนที่อ่อนแอ รวมไปถึงอัตราการว่างงาน

“การปฏิรูปโครงสร้างและการสนับสนุนที่เพิ่มมากขึ้นในการพัฒนาและการวิจัย เป็นกุญแจสำคัญในการเพิ่มซัพพลายและนวัตกรรม” ไอเอ็มเอฟ ระบุ

ข่าวล่าสุด

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย

เช็คเลย โปรเด็ด ช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ทุกค่ายรถยนต์ทั่วไทย