
ผู้ส่งออกไทยรับมือ จีนลดนำเข้าสินค้า ชี้กระจายตลาดเพิ่ม
นักวิชาการแนะผู้ประกอบการไทยส่งออกไปจีนปรับตัวรับแนวโน้มจีนนำเข้าสินค้าลดต่อเนื่อง ชี้กระจายแหล่งส่งออกเน้นภาคบริการและหาตลาดในประเทศ
นักวิชาการแนะผู้ประกอบการไทยส่งออกไปจีนปรับตัวรับแนวโน้มจีนนำเข้าสินค้าลดต่อเนื่อง ชี้กระจายแหล่งส่งออกเน้นภาคบริการและหาตลาดในประเทศ
นายสมภพ มานะรังสรรค์ อธิการบดีสถาบันการจัดการปัญญาภิวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการที่ยอดการส่งออกสินค้าไปยังตลาดจีนในเดือน ม.ค. ติดลบ 19.7% ต่อเนื่องจนถึงเดือนก.พ. ที่ยอดการส่งออกติดลบ 15.1% ผู้ประกอบการไทยที่ส่งสินค้าไปยังประเทศจีนจำเป็นต้องวางแผนขยายแหล่งการส่งออก หรือวางแผนการส่งออกในกิจการประเภทอื่นๆ ที่มีศักยภาพ เช่น สินค้าบริการและหาตลาดภายในประเทศรองรับสินค้า เนื่องจากการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มลดลง
ทั้งนี้ หากประเมินจากยอดการนำเข้าสินค้าของจีนจะเห็นว่าลดลงอย่างชัดเจน โดยในเดือน ม.ค. จีนนำเข้าสินค้าลดลง 19% และเดือน ก.พ. นำเข้าลดลง 20% ซึ่งเป็นการนำเข้าสินค้าลดลงจากทุกประเทศ เนื่องจากประเทศจีนได้หันมาส่งเสริมการใช้วัตถุดิบในประเทศมากขึ้น ประกอบกับกำลังการผลิตในภาคอุตสาหกรรมภายในประเทศจีนเองมีกำลังการผลิตเกิน ทำให้การนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศลดลง
ขณะเดียวกันการส่งออกของไทยเคยอยู่ในซัพพลายเชนแบบ 3 ขาของจีน คือ จีน ญี่ปุ่น และไทยที่เป็นส่วนหนึ่งของอาเซียน แต่เดิมญี่ปุ่นเข้าไปตั้งฐานการผลิตอยู่ในจีนค่อนข้างมาก ทำให้การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบจากจีนเติบโต รวมทั้งญี่ปุ่นยังได้ตั้งฐานการผลิตในไทยและส่งสินค้าไปยังจีนและส่งสินค้ากลับสู่ญี่ปุ่นเอง แต่ปัจจุบันญี่ปุ่นย้ายฐานการลงทุนออกมาจากจีน ทำให้การส่งสินค้าจากไทยเข้าไปชะลอตัว
“จีนอยู่ระหว่างการปรับเปลี่ยนทิศทางเศรษฐกิจภายในประเทศจากภาคการผลิตมาเน้นภาคบริการมากขึ้น ผู้ที่ทำธุรกิจกับจีนต้องคอยจับทิศทางให้ดี เพราะการส่งออกไปจีนคงจะยังไม่ขยายตัวอีกนาน” นายสมภพ กล่าว
สำหรับตลาดอาเซียนในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน ไทยยังคงส่งออกได้ดี ส่วนกลุ่มอาเซียนเก่า เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย จะมีการนำเข้าสินค้าจากไทยน้อยลง







