
แห่ให้กำลังใจลีกวนยิวคับคั่ง
ชาวสิงคโปร์ทั่วประเทศแห่ให้กำลังใจ ลีกวนยิว อดีตผู้นำอย่างคับคั่ง ด้านรัฐบาลแถลงอาการปอดบวมแย่ลง
โดย...ทีมข่าวโพสต์ทูเดย์
ชาวสิงคโปร์ทั่วประเทศแห่ให้กำลังใจ ลีกวนยิว อดีตผู้นำอย่างคับคั่ง ด้านรัฐบาลแถลงอาการปอดบวมแย่ลง
หลังมีการรายงานอาการของ ลีกวนยิว อดีตผู้นำประเทศวัย 91 ปี ซึ่งเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลด้วยอาการปอดบวมตั้งแต่วันที่ 5 ก.พ. ออกมาอย่างต่อเนื่องในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่าอาการของรัฐบุรุษแห่งสิงคโปร์รายนี้ยังไม่ดีขึ้น ชาวสิงคโปร์ทั่วประเทศ ทุกเพศและทุกวัย ต่างเดินทางมายังโรงพยาบาลสิงคโปร์เจนเนอรัลที่ลีกวนยิวรักษาตัว เพื่อให้กำลังใจอย่างล้นหลาม
สำนักข่าวเอพี เอเอฟพี และรอยเตอร์ส รายงานตรงกันว่า ประชาชนที่เดินทางมาต่างหอบหิ้วช่อดอกไม้ การ์ดอวยพร และของขวัญมาวางไว้ที่หน้าโรงพยาบาลเพื่อเป็นสัญลักษณ์แสดงพลังสนับสนุนลีกวนยิว
เบรนดา ฉั่วจ๊อกชวน ชาวสิงคโปร์วัย 63 ปี ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวรอยเตอร์สระบุว่า ตนเองเดินทางมาที่โรงพยาบาลทุกวันเพื่อสวดภาวนาให้แก่ลีกวนยิว อีกทั้งยังชักชวนให้ลูกซึ่งอยู่ในวัยกลางคนของตนกระทำแบบเดียวกัน ก่อนยอมรับว่าในความทรงจำของตนเองนั้นลีกวนยิวคือชายมือเปล่าที่สร้างสิงคโปร์จากชาติเล็กๆ ให้ประสบความสำเร็จจนเป็นศูนย์กลางทางการเงินอย่างทุกวันนี้ได้
“ฉันทำ (สวดภาวนา) เพราะฉันไม่ต้องการให้เขา (ลีกวนยิว) ได้รับความทุกข์ทรมานใดๆ ฉันไม่ได้ซื้อดอกไม้หรือการ์ดอวยพร ฉันแค่มาภาวนาและหวังว่าการภาวนาของฉันจะทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างง่ายขึ้นสำหรับเขา” เบรนดา กล่าวด้วยภาษาจีนกลาง
ขณะที่ในวันเดียวกัน รัฐบาลสิงคโปร์ได้ออกแถลงการณ์ฉบับสั้นๆ ด้วยความเพียงหนึ่งบรรทัดระบุถึงความคืบหน้าของอาการอดีตผู้นำประเทศรายนี้ว่า อาการของลีกวนยิวยังคงน่าเป็นห่วงและทรุดหนักลงอีกจากช่วงหลายวันก่อนหน้านี้
“อาการของลีกวนยิวแย่ลง” แถลงการณ์ของสำนักนายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ระบุ
ทั้งนี้ ลีกวนยิว ซึ่งเพิ่งจะมีอายุครบ 91 ปี เมื่อเดือน ก.ย.ปีที่แล้ว ได้รับการยอมรับจากนานาประเทศในฐานะบิดาผู้ก่อตั้งประเทศสิงคโปร์ และเป็นหนึ่งในนักการเมืองที่
โดดเด่นมากที่สุดในประวัติศาสตร์การเมืองสมัยใหม่ของภูมิภาคเอเชีย เนื่องจากลีกวนยิวคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของประเทศสิงคโปร์ในปัจจุบัน โดยเปลี่ยนจากชาติอาณา นิคมอังกฤษเป็นหนึ่งในประเทศศูนย์กลางทางการเงินโลกที่ประชากรมีรายได้ต่อหัวมากที่สุดแห่งหนึ่ง
แม้ว่าในช่วงหลายปีให้หลังลีกวนยิวจะไม่ปรากฏตัวตามที่สาธารณะและไม่ยุ่งเกี่ยวกับแวดวงการเมือง แต่ลีกวนยิวก็ยังถือเป็นผู้ทรงอิทธิพลของประเทศ โดยเฉพาะสำหรับสถานะของรัฐบาลสิงคโปร์ชุดปัจจุบันที่มี ลีเซียนลุง บุตรชายลีกวนยิว ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตั้งแต่ปี 2004







