posttoday
เอฟดีไออาเซียนแซงจีน2ปีซ้อน

เอฟดีไออาเซียนแซงจีน2ปีซ้อน

18 มีนาคม 2558

อาเซียนเนื้อหอม ดึงดูดยอดลงทุนโดยตรงจากต่างชาติแซงหน้าจีน 2 ปีติดต่อกัน

อาเซียนเนื้อหอม ดึงดูดยอดลงทุนโดยตรงจากต่างชาติแซงหน้าจีน 2 ปีติดต่อกัน

ข้อมูลจากการประเมินของธอมป์สัน รอยเตอร์ส ระบุว่า กลุ่มประเทศเศรษฐกิจสำคัญ 6 ประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สามารถดึงดูดยอดการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) ได้มากกว่าจีน ในปี 2014 ซึ่งนับว่าเป็นปีที่สองติดต่อกัน ภายหลังจากที่เศรษฐกิจแดนมังกรส่งสัญญาณชะลอตัวลง

ยอดรวมของเอฟดีไอในปี 2014 ที่เข้าสู่สิงคโปร์ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย และเวียดนาม ปรับตัวพุ่งขึ้นสูงที่สุดทุบสถิติไปอยู่ที่ 1.28 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 4.096 ล้านล้านบาท) มากกว่าจีนที่อยู่ที่ 1.1956 แสนล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 3.83 ล้านล้านบาท)

อย่างไรก็ตาม รายงานระบุว่า ยอดเอฟดีไอในแต่ละประเทศเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กลับแตกต่างกันอย่างมาก เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง และต้นทุนการทำธุรกิจที่แตกต่างกัน โดยในฟิลิปปินส์มียอดเอฟดีไอพุ่งขึ้นถึง 66% ส่วนอินโดนีเซียเพิ่มขึ้น 10% แม้จะเป็นปีที่มีการเลือกตั้ง แต่ยอดเอฟดีไอในไทยกลับปรับตัวลดลง

แดน มาร์ติน นักเศรษฐศาสตร์ด้านเอเชีย ของแคปปิตอล อีโคโนมิกส์ ระบุว่า ค่าแรงในจีนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ทำให้ผู้ผลิตสินค้าราคาถูกมองหาที่ตั้งโรงงานต้นทุนต่ำที่อื่นๆ โดยประเทศอย่างเวียดนามและฟิลิปปินส์เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ

“อาเซียนยังเป็นตลาดขนาดใหญ่ด้วยความสามารถของอาเซียนเอง และยังมีแนวโน้มการเติบโตทางเศรษฐกิจระยะยาวที่ดีด้วย และการเติบโตที่ชะลอลงในชาติตลาดเกิดใหม่อื่นๆ อาเซียนจึงเริ่มที่จะโดดเด่นออกมา” มาร์ติน กล่าว

รายงานระบุต่อไปว่า อินโดนีเซียจะยังต้องพัฒนาอีกมาก โดยเฉพาะโครงสร้างพื้นฐานการทำธุรกิจ เพื่อที่จะสามารถแข่งขันกับไทย ซึ่งเป็นผู้นำด้านการผลิตในภูมิภาคได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท