
จีนเดินหน้าหนุนเอกชน กู้เศรษฐกิจขาลง
การประชุมสภาประชาชนจีน (เอ็นพีซี) ครั้งที่ 12 ประจำปี 2015 ปิดม่านลงแล้วภายหลังจากการประชุมติดต่อกัน 11 วัน
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
การประชุมสภาประชาชนจีน (เอ็นพีซี) ครั้งที่ 12 ประจำปี 2015 ปิดม่านลงแล้วภายหลังจากการประชุมติดต่อกัน 11 วัน โดยรัฐบาลแดนมังกรยังคงเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจต่อไป
นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง เปิดเผยภายหลังการประชุมดังกล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ 7% นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันกำลังเผชิญกับแรงกดดันขาลง
แรงกดดันขาลงดังกล่าวบังคับให้รัฐบาลต้องสร้างสมดุลให้ถูกต้องระหว่างการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการปฏิรูป โดยรัฐบาลจีนจะไม่ออกมาตรการปฏิรูปขนาดใหญ่ดังที่สัญญาเอาไว้เมื่อปี 2013 และมุ่งให้ความสำคัญกับภาคเอกชนแทน
ในขณะเดียวกัน หลี่เค่อเฉียง ประกาศว่า ยังคงเดินหน้าปฏิรูปลดบทบาทของภาครัฐต่อเศรษฐกิจลง เช่น บทบาทในการเป็นผู้รับรองการลงทะเบียนของธุรกิจเกิดใหม่ รวมถึงการทำให้กระบวนการลงทะเบียนดังกล่าวง่ายขึ้น เพื่อเปิดช่องให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยมีบทบาทและช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
อย่างไรก็ตาม การที่ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจมากขึ้น จะทำให้รัฐวิสาหกิจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ฝ่ายการเมืองที่มีอิทธิพลในรัฐวิสาหกิจไม่พอใจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีแดนมังกรก็ตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวดีและยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าปฏิรูปดังกล่าวต่อไป
“การปฏิรูปด้วยการลดอำนาจของภาครัฐนี้ จะช่วยให้เราสามารถต่อกรกับแรงกดดันขาลงที่เกิดขึ้นกับการขยายตัวเศรษฐกิจได้”หลี่เค่อเฉียง กล่าว
นอกจากนี้ ทางสภาจีนยังผ่านแผนการของหลี่เค่อเฉียงในการเสริมแกร่งภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อยและนักลงทุนต่างชาติ เช่น การลดการจำกัดภาคส่วนที่ต่างชาติไม่สามารถลงทุนได้ลง รวมถึงแผนการดังกล่าวยังจะเดินหน้าการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรและการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งครอบคลุมถึงภาคโทรคมนาคม หลักทรัพย์ ธนาคาร และพลังงานอีกด้วย
อย่างไรก็ตาม หากอัตราการสร้างงานยังคงปรับตัวลดลง ทางการจีนก็พร้อมที่จะออกมาตรการต่างๆ เพื่อลดการชะลอตัวของเศรษฐกิจ
“ข่าวดีคือเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พวกเราไม่ได้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ส่งผลให้พวกเรายังคงมีช่องว่างในการปฏิรูป” หลี่เค่อเฉียง ระบุ
ด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลี่เค่อเฉียงยังเปิดเผยอีกด้วยว่า เศรษฐกิจจีนในปัจจุบันไม่ได้มีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจสหรัฐโดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ต่อหัวประชากรของจีนยังตามหลังอีก 80 ประเทศทั่วโลก
“จีนยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนาในหลายความหมาย” นายกรัฐมนตรีแดนมังกรระบุ
อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจีนคนดังกล่าวปฏิเสธว่า จีนไม่ได้เป็นตัวการที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ภายหลังจากหลายฝ่ายกังวลถึงแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดของจีน ที่่เผชิญหน้ากับผลผลิตส่วนเกินของภาคอุตสาหกรรมและราคาสินค้าบริโภคที่ปรับตัวลดลง
นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว นายกรัฐมนตรีแดนมังกรยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่น ก่อนการครบรอบ 70 ปี สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจะกลายเป็นบททดสอบระหว่างทั้งสองประเทศอีกด้วย
“สงครามที่กองทัพญี่ปุ่นนำมาสู่ประเทศจีน พาความทุกข์ทรมานมาให้แก่ชาวจีน และประชาชนญี่ปุ่นเองก็เป็นเหยื่อของสงครามเช่นเดียวกัน ปีนี้จะเป็นทั้งบททดสอบและโอกาสกระชับความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น ถ้าเหล่าผู้นำญี่ปุ่นสามารถเผชิญหน้ากับประวัติศาสตร์ เมื่อนั้นก็จะเป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่น” หลี่เค่อเฉียง กล่าว
ก่อนหน้านี้ ในการประชุมดังกล่าว สภาประชาชนจีนผ่านงบประมาณประจำปี ซึ่งหมายรวมถึงงบประมาณด้านการทหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.1% ด้วยคะแนน 86% โดยรัฐบาลจีนมีความจำเป็นต้องเพิ่มความทันสมัยให้แก่กองทัพ
ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจีนยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ปัญหาวิกฤตยูเครนส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก และจีนเคารพต่อเสรีภาพและอธิปไตยของยูเครน พร้อมเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องแก้ไขวิกฤตดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หลี่เค่อเฉียงไม่ได้ระบุถึงรัสเซียแต่อย่างใดโดยทั้งจีนและรัสเซียต่างกระชับความสัมพันธ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและตะวันตกจะอยู่ในสภาพย่ำแย่ก็ตาม







