posttoday
จีนเดินหน้าหนุนเอกชน กู้เศรษฐกิจขาลง

จีนเดินหน้าหนุนเอกชน กู้เศรษฐกิจขาลง

16 มีนาคม 2558

การประชุมสภาประชาชนจีน (เอ็นพีซี) ครั้งที่ 12 ประจำปี 2015 ปิดม่านลงแล้วภายหลังจากการประชุมติดต่อกัน 11 วัน

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

การประชุมสภาประชาชนจีน (เอ็นพีซี) ครั้งที่ 12 ประจำปี 2015 ปิดม่านลงแล้วภายหลังจากการประชุมติดต่อกัน 11 วัน โดยรัฐบาลแดนมังกรยังคงเดินหน้าปฏิรูปเศรษฐกิจต่อไป

นายกรัฐมนตรี หลี่เค่อเฉียง เปิดเผยภายหลังการประชุมดังกล่าวว่า การบรรลุเป้าหมายการขยายตัวของเศรษฐกิจที่ 7% นั้นไม่ใช่เรื่องง่าย โดยเศรษฐกิจจีนในปัจจุบันกำลังเผชิญกับแรงกดดันขาลง

แรงกดดันขาลงดังกล่าวบังคับให้รัฐบาลต้องสร้างสมดุลให้ถูกต้องระหว่างการรักษาการเติบโตทางเศรษฐกิจกับการปฏิรูป โดยรัฐบาลจีนจะไม่ออกมาตรการปฏิรูปขนาดใหญ่ดังที่สัญญาเอาไว้เมื่อปี 2013 และมุ่งให้ความสำคัญกับภาคเอกชนแทน

ในขณะเดียวกัน หลี่เค่อเฉียง ประกาศว่า ยังคงเดินหน้าปฏิรูปลดบทบาทของภาครัฐต่อเศรษฐกิจลง เช่น บทบาทในการเป็นผู้รับรองการลงทะเบียนของธุรกิจเกิดใหม่ รวมถึงการทำให้กระบวนการลงทะเบียนดังกล่าวง่ายขึ้น เพื่อเปิดช่องให้ภาคเอกชนเข้ามาช่วยมีบทบาทและช่วยสนับสนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจ

อย่างไรก็ตาม การที่ภาคเอกชนเข้ามามีบทบาทต่อเศรษฐกิจมากขึ้น จะทำให้รัฐวิสาหกิจต้องเผชิญกับการแข่งขันที่เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ส่งผลให้ฝ่ายการเมืองที่มีอิทธิพลในรัฐวิสาหกิจไม่พอใจ ซึ่งนายกรัฐมนตรีแดนมังกรก็ตระหนักถึงเรื่องดังกล่าวดีและยังคงยืนยันที่จะเดินหน้าปฏิรูปดังกล่าวต่อไป

“การปฏิรูปด้วยการลดอำนาจของภาครัฐนี้ จะช่วยให้เราสามารถต่อกรกับแรงกดดันขาลงที่เกิดขึ้นกับการขยายตัวเศรษฐกิจได้”หลี่เค่อเฉียง กล่าว

นอกจากนี้ ทางสภาจีนยังผ่านแผนการของหลี่เค่อเฉียงในการเสริมแกร่งภาคธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อยและนักลงทุนต่างชาติ เช่น การลดการจำกัดภาคส่วนที่ต่างชาติไม่สามารถลงทุนได้ลง รวมถึงแผนการดังกล่าวยังจะเดินหน้าการปฏิรูปโครงสร้างองค์กรและการดำเนินงานของรัฐวิสาหกิจ ซึ่งครอบคลุมถึงภาคโทรคมนาคม หลักทรัพย์ ธนาคาร และพลังงานอีกด้วย

อย่างไรก็ตาม หากอัตราการสร้างงานยังคงปรับตัวลดลง ทางการจีนก็พร้อมที่จะออกมาตรการต่างๆ เพื่อลดการชะลอตัวของเศรษฐกิจ

“ข่าวดีคือเมื่อไม่กี่เดือนที่ผ่านมา พวกเราไม่ได้ใช้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ส่งผลให้พวกเรายังคงมีช่องว่างในการปฏิรูป” หลี่เค่อเฉียง ระบุ

ด้านการเติบโตทางเศรษฐกิจ หลี่เค่อเฉียงยังเปิดเผยอีกด้วยว่า เศรษฐกิจจีนในปัจจุบันไม่ได้มีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจสหรัฐโดยผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) ต่อหัวประชากรของจีนยังตามหลังอีก 80 ประเทศทั่วโลก

“จีนยังคงเป็นประเทศกำลังพัฒนาในหลายความหมาย” นายกรัฐมนตรีแดนมังกรระบุ

อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรีจีนคนดังกล่าวปฏิเสธว่า จีนไม่ได้เป็นตัวการที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกต้องเผชิญกับภาวะการชะลอตัวทางเศรษฐกิจ ภายหลังจากหลายฝ่ายกังวลถึงแรงกดดันจากภาวะเงินฝืดของจีน ที่่เผชิญหน้ากับผลผลิตส่วนเกินของภาคอุตสาหกรรมและราคาสินค้าบริโภคที่ปรับตัวลดลง

นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว นายกรัฐมนตรีแดนมังกรยังกล่าวถึงความสัมพันธ์ระหว่างจีนและญี่ปุ่น ก่อนการครบรอบ 70 ปี สงครามโลกครั้งที่ 2 ซึ่งจะกลายเป็นบททดสอบระหว่างทั้งสองประเทศอีกด้วย

“สงครามที่กองทัพญี่ปุ่นนำมาสู่ประเทศจีน พาความทุกข์ทรมานมาให้แก่ชาวจีน และประชาชนญี่ปุ่นเองก็เป็นเหยื่อของสงครามเช่นเดียวกัน ปีนี้จะเป็นทั้งบททดสอบและโอกาสกระชับความสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น ถ้าเหล่าผู้นำญี่ปุ่นสามารถเผชิญหน้ากับประวัติศาสตร์ เมื่อนั้นก็จะเป็นโอกาสในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างจีน-ญี่ปุ่น” หลี่เค่อเฉียง กล่าว

ก่อนหน้านี้ ในการประชุมดังกล่าว สภาประชาชนจีนผ่านงบประมาณประจำปี ซึ่งหมายรวมถึงงบประมาณด้านการทหารที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.1% ด้วยคะแนน 86% โดยรัฐบาลจีนมีความจำเป็นต้องเพิ่มความทันสมัยให้แก่กองทัพ

ทั้งนี้ นายกรัฐมนตรีจีนยังเปิดเผยอีกด้วยว่า ปัญหาวิกฤตยูเครนส่งผลกระทบต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจโลก และจีนเคารพต่อเสรีภาพและอธิปไตยของยูเครน พร้อมเรียกร้องให้ผู้เกี่ยวข้องแก้ไขวิกฤตดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หลี่เค่อเฉียงไม่ได้ระบุถึงรัสเซียแต่อย่างใดโดยทั้งจีนและรัสเซียต่างกระชับความสัมพันธ์ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แม้ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและตะวันตกจะอยู่ในสภาพย่ำแย่ก็ตาม

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท