
วอลสตรีทเฮ!รับโบนัส5ล้าน
เอกชนสหรัฐปีนี้อาจขึ้นค่าแรง 3% ด้านพนักงาน 35% ชี้ลาออกแน่ถ้าไม่ขึ้นเงินเดือน
เอกชนสหรัฐปีนี้อาจขึ้นค่าแรง 3% ด้านพนักงาน 35% ชี้ลาออกแน่ถ้าไม่ขึ้นเงินเดือน
โทมัส ไดนาโพลิ เจ้าพนักงานตรวจสอบการเงินการบัญชีแห่งรัฐนิวยอร์ก เปิดเผยรายงานว่า ค่าเฉลี่ยเงินโบนัสประจำปีของเหล่าบริษัทบนถนนวอลสตรีท ย่านการเงินแห่งแมนฮัตตัน มหานครนิวยอร์ก ปรับตัวเพิ่มขึ้น 2% จากปี 2013 ไปอยู่ที่ 172,860 เหรียญสหรัฐ (ราว 5.67 ล้านบาท) ในปี 2014 มากกว่าค่าเฉลี่ยรายได้ประชาชนสหรัฐถึง 3 เท่า
ขณะที่พนักงานบริษัทที่มีรายได้เฉลี่ยมากที่สุด คือ บริษัทหลักทรัพย์ โดยอยู่ที่ 355,900 เหรียญสหรัฐ ในปี 2013 มากกว่ารายได้เฉลี่ยของภาคเอกชนอื่นๆ ในนิวยอร์กถึง 5 เท่า
อย่างไรก็ตาม บริษัทในวอลสตรีทมีรายได้รวมกันลดลงจากปี 2013 อยู่ที่ 1.67 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2014 และค่าเฉลี่ยเงินโบนัสดังกล่าวนับว่ายังห่างไกลจากเงินโบนัสในช่วงก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2009 โดยในปี 2006 ค่าเฉลี่ยเงินโบนัสอยู่ที่ 191,360 เหรียญสหรัฐ
ในขณะเดียวกันผลสำรวจจากมหาวิทยาลัยดุ๊กและนิตยสารนักบริหารฝ่ายการเงินซีเอฟโอ ซึ่งสำรวจบริษัทในสหรัฐมากกว่า 500 บริษัท พบว่า 70% ของหัวหน้าฝ่ายการเงินคาดการณ์ขึ้นเงินเดือนให้แก่พนักงานในปี 2015 และเพิ่มให้มากถึง 3% ซึ่งถือว่ามากกว่าอัตราการขยายตัวของรายได้ประชากรสหรัฐในเดือน ก.พ. ที่อยู่ที่ 2%
ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการเงิน (ซีเอฟโอ) ยังระบุเหตุผลของการขึ้นเงินเดือนว่ามาจากตลาดงานที่เข้มแข็ง การแข่งขันกันสรรหาบุคลากร และผลการดำเนินการบริษัทที่มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้น
ก่อนหน้านี้ กลาสดอร์ดอทคอม เว็บไซต์ข้อมูลเงินเดือนและบริษัทสหรัฐ เปิดเผยผลสำรวจพนักงานอายุน้อยกว่า 35 ปี และมีเงินเดือนน้อยกว่า 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ จำนวน 900 คน พบว่า พนักงานจำนวน 35% จะลาออกจากงานถ้าหากไม่ได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้นในปี 2015 นี้
นอกจากนี้ พนักงานที่มีอายุ 35-44 ปี จำนวน 36% ยังระบุอีกด้วยว่า จะลาออกไปทำงานในบริษัทอื่นหากไม่ได้รับค่าจ้างเพิ่ม เช่นเดียวกับพนักงานที่มีเงินเดือนมากกว่า 1 แสนเหรียญสหรัฐ จำนวน 31% ที่พร้อมลาออกหากไม่ได้รับการขึ้นเงินเดือนเช่นเดียวกัน







