posttoday
เอฟดีไอภูมิภาค3.9ล้านล้าน ซีแอลเอ็มวีนั่งแท่นขุมทอง

เอฟดีไอภูมิภาค3.9ล้านล้าน ซีแอลเอ็มวีนั่งแท่นขุมทอง

12 มีนาคม 2558

ปี 2558 นับเป็นปีที่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนล้วนคาดหวังว่ามูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) จะสูงขึ้น

โดย...ตะวัน หวังเจริญวงศ์

ปี 2558 นับเป็นปีที่ประเทศต่างๆ ในอาเซียนล้วนคาดหวังว่ามูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (เอฟดีไอ) จะสูงขึ้น รองรับการเป็นประชาคมอาเซียนในปลายปีนี้ และทำให้ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ก้าวขึ้นเป็นเขตเศรษฐกิจที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของโลก

อย่างไรก็ตาม ฝันดังกล่าวยังอยู่ภายใต้เครื่องหมายคำถามว่าจะเป็นไปได้จริงหรือไม่ เพราะข้อมูลจาก World Investment Report 2014 ของการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ระบุว่า ในปี 2556 มูลค่าเอฟดีไอทั่วโลกอยู่ที่ 1.41 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 46.03 ล้านล้านบาท แต่อาเซียนยังครองสัดส่วนดังกล่าวได้เพียง 9% เท่านั้น

ที่สำคัญ มีเพียง 2 ประเทศในอาเซียนเท่านั้นที่ติด 20 อันดับประเทศที่มีเอฟดีไอไหลเข้ามากที่สุดของโลก คือ สิงคโปร์และอินโดนีเซีย

ASEAN Investment Report 2013-2014 จัดทำโดยสำนักงานเลขาธิการอาเซียนร่วมกับ UNCTAD ระบุว่า ในปี 2556 อาเซียนมีมูลค่าเอฟดีไอทั้งสิ้น 1.22 แสนล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 3.9 ล้านล้านบาท โดยปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนเอฟดีไออาเซียน คือการลงทุนภายในกลุ่มอาเซียนด้วยกันเอง เนื่องจากมีมูลค่าถึง 2.13 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 6.95 แสนล้านบาท คิดเป็น 17% ของเอฟดีไอที่ไหลเข้าอาเซียน

ทั้งนี้ ไทยถือเป็น “ผู้มีบทบาทหน้าใหม่” ในการขับเคลื่อนเอฟดีไอในอาเซียน โดยในปี 2556 ไทยมีมูลค่าลงทุนควบรวมกิจการในต่างประเทศทั้งสิ้น 2.28 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการควบรวมกิจการในอาเซียนถึง 1.33 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 58%

อย่างไรก็ดี ประเทศอื่นในอาเซียนเข้ามาลงทุนในไทยเพียง 1,256 ล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นอันดับ 5 โดยแชมป์ประเทศที่มีอาเซียนด้วยกันเข้าไปลงทุนมากที่สุด ได้แก่ อินโดนีเซีย 8,721 ล้านเหรียญสหรัฐ ตามด้วยสิงคโปร์ 5,706 ล้านเหรียญสหรัฐ มาเลเซีย 2,187 ล้านเหรียญสหรัฐ และเวียดนาม 2,078 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายงานระบุด้วยว่า เวียดนามกำลังกลายเป็นผู้เล่นสำคัญอีกรายหนึ่งของภูมิภาคเช่นกัน โดยในปี 2556 เวียดนามออกไปลงทุนต่างประเทศ 1.90 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เป็นการลงทุนในอาเซียน 9,543 ล้านเหรียญสหรัฐ

สำหรับในอนาคต ประเทศที่น่าจะเป็นเป้าหมายเอฟดีไอของอาเซียนด้วยกันเอง คือประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวี เนื่องจากทั้ง 4 ประเทศกำลังเร่งพัฒนานิคมอุตสาหกรรมและเขตเศรษฐกิจพิเศษของตัวเองอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างบรรยากาศที่ดีในการลงทุน

ที่ผ่านมา ไทยเป็นอีกประเทศหนึ่งที่เข้าไปลงทุนในซีแอลเอ็มวีอย่างต่อเนื่อง เช่น อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ในปี 2556 ไทยลงทุนภาคต่างๆ ในกลุ่มซีแอลเอ็มวี 723 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือราว 2.36 หมื่นล้านบาท ประเทศที่ไทยเข้าไปลงทุนมากที่สุด ได้แก่ กัมพูชา 494 ล้านเหรียญสหรัฐ

รายงานระบุอีกว่า 2 ประเทศที่จะเป็นหัวใจสำคัญในการขับเคลื่อนเอฟดีไอของอาเซียนในอนาคต ได้แก่ จีนและญี่ปุ่น โดยบริษัทจีนไม่ว่าจะขนาดใหญ่หรือขนาดเล็กก็ทยอยบุกอาเซียนเข้ามาเป็นระยะแล้ว ขณะที่ญี่ปุ่นเองก็กำลังจะมีคลื่นลูกใหม่เข้ามาลงทุนในอาเซียนเพิ่มเติม เนื่องจากบริษัทต่างๆ ของทั้งสองประเทศต้องการประเทศเครือข่ายเชื่อมโยงฐานการผลิต

ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย วิเคราะห์ว่า ซีแอลเอ็มวีจะสามารถก้าวไปสู่การเป็นขุมทองของการลงทุนได้ เนื่องจากมีทรัพยากรจำนวนมาก ค่าแรงต่ำ รวมถึงยังได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากสหภาพยุโรปด้วย แม้โครงสร้างพื้นฐานยังไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ช่วยให้ภาคธุรกิจที่เข้าไปลงทุนมีกำไรสูงได้

“ซีแอลเอ็มวีถือเป็นขุมทองของนักลงทุนไทยเช่นเดียวกัน เพราะพื้นที่ตั้งของเขาอยู่ใกล้ไทย เราจะได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่ หากรู้จักเชื่อมโยงเขตเศรษฐกิจพิเศษของเราเข้ากับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ในประเทศของเขา สร้างโรงงานเพื่อใช้สิทธิส่งออก”

สำหรับประเทศไทย ต้องยอมรับว่าสถานการณ์อาจไม่เหมือนก่อนเกิดวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540 ในช่วงดังกล่าวไทยดึงดูดเอฟดีไอได้เป็นอันดับ 2 รองจากสิงคโปร์ แต่หลังเกิดวิกฤตไทยก็ถอยลงมาเป็นอันดับ 3 รองจากมาเลเซีย และในช่วงหลังเกิดวิกฤตน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 ก็ทำให้ต่างชาติยังไม่มั่นใจมาลงทุน สวนทางกับอินโดนีเซียและเวียดนามที่เป็นตลาดขนาดใหญ่ มีประชากรจำนวนมาก และเวียดนามยังมีปัจจัยบวกจากการฟื้นจากปัญหาค่าเงิน

อย่างไรก็ดี ไทยยังถือเป็นประเทศที่มีแต้มต่อที่น่าสนใจในการลงทุนอยู่บ้าง เช่น เป็นแกนกลางสำคัญของการเชื่อมทั้งประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และความร่วมมือทางเศรษฐกิจอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (จีเอ็มเอส) มีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างต่อเนื่อง หากไทยแก้ปัญหาด้านพลังงาน การทุจริตคอร์รัปชั่น ปรับปรุงกฎหมายให้ทันสมัย รวมถึงเร่งเครื่องนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล เอฟดีไอก็จะยังคงไหลเข้าไทย

“เอฟดีไอใหม่ของเราตอนนี้น้อยกว่าคนอื่นก็ไม่ถึงกับแปลก เพราะเรามีเอฟดีไอสะสมพอสมควรอยู่แล้ว ประเทศที่มีเอฟดีไอใหม่อาจมาจากภาคที่ใช้แรงงานเข้มข้น แต่ของไทยเรากำลังเปลี่ยนไปสู่การใช้เทคโนโลยี เรากำลังเริ่มดึงดูดเอฟดีไอเฟสที่ 2 ที่เน้นอุตสาหกรรมมีมูลค่าเพิ่ม”

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท