
สิ้นยุคโอเปก
ราคาน้ำมันที่ดิ่งลงเหวไปตั้งแต่ช่วงปี 2014 เริ่มจะกลับมามีเสถียรภาพหลังการผลิตเชลออยล์ในสหรัฐชะลอตัว ถึงขนาดที่ อับดัลลาห์ เอล บาดรี เลขาธิการกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) คาดการณ์ว่า ตลาดน้ำมันโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2015 จะคืนสู่ภาวะสมดุล
ราคาน้ำมันที่ดิ่งลงเหวไปตั้งแต่ช่วงปี 2014 เริ่มจะกลับมามีเสถียรภาพหลังการผลิตเชลออยล์ในสหรัฐชะลอตัว ถึงขนาดที่ อับดัลลาห์ เอล บาดรี เลขาธิการกลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันเพื่อการส่งออก (โอเปก) คาดการณ์ว่า ตลาดน้ำมันโลกช่วงครึ่งหลังของปี 2015 จะคืนสู่ภาวะสมดุล
ทว่า แอนดรูว์ มาเยดา ผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจโลกแห่งสำนักข่าวบลูมเบิร์ก กลับมีความเห็นว่า ระบบการค้าน้ำมันแบบผูกขาดของโอเปก อาจจะต้องสิ้นสุดลงในไม่ช้า เนื่องจากกลไกของตลาดและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี
เพื่อสนับสนุนความเห็นดังกล่าว มาเยดาได้อ้างข้อมูลทางประวัติศาสตร์ที่รวบรวมโดยกลุ่มธนาคารโลกว่า การค้าสินค้าผูกขาดในอดีตที่ผ่านมา ไม่ว่าจะยุคสมัยใดก็จบไม่สวยทั้งสิ้น เช่น ดีบุก ซึ่งเคยเป็นที่นิยมใช้ทำภาชนะบรรจุอาหารและเครื่องดื่มอย่างแพร่หลาย ก็ถูกแทนที่ด้วยอะลูมิเนียมที่น้ำหนักเบากว่าและเป็นสนิมยากกว่า
นอกจากนี้ ยังมียางธรรมชาติ ซึ่งอินโดนีเซีย มาเลเซีย และไทย เคยรวมกลุ่มค้าผูกขาดมาตั้งแต่ปี 1979 ทว่าก็ต้องล่มไปในปี 1999 ด้วยพิษวิกฤตเศรษฐกิจ
สำหรับโอเปก มาเยดาระบุอ้างธนาคารโลกว่า การปรากฏตัวของซัพพลายเออร์ใหม่ๆ และการที่สมาชิกทะเลาะกันเอง ทำให้อำนาจของโอเปกถดถอยลง นอกจากนี้ ไมเคิล เลวี เจ้าหน้าที่อาวุโสด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อมแห่งสภาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ (ซีเอฟอาร์) ยังกล่าวว่า โอเปก “ไม่ได้เข้าแทรกแซงราคาน้ำมันให้เห็นเป็นเวลาระยะหนึ่งมาแล้ว นอกจากจะมีซาอุดิอาระเบียที่ออกมามีบทบาทบ้างนานๆ ครั้งเท่านั้น”







