
คมมีดที่คาดไม่ถึง?
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
โดย...เพียงออ วิไลย [email protected]
ประเด็นร้อนที่สุดในเกาหลีสัปดาห์นี้ คงไม่มีเรื่องใดเกินเหตุการณ์ที่ “ชายเกาหลีวัยกลางคนบุกประชิดตัวแล้วใช้มีดตวัดกรีดหน้าเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกา”ในเช้าตรู่ของวันที่ 5 มี.ค.ที่ผ่านมา นับเป็นเหตุการณ์ทำร้ายตัวแทนระดับสูงของประเทศที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายปีในเกาหลีใต้...
หลังเกิดเหตุ หนังสือพิมพ์ KCNA ของฝ่ายเกาหลีเหนือได้กล่าวว่า “เป็นการลงโทษที่สาสมแก่สหรัฐอเมริกาที่เป็นผู้คุกคามสันติภาพของคาบสมุทร”... เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่เกาหลีเหนือได้ขู่กร้าวพร้อมรบเต็มอัตราศึก เพื่อรับมือกับการซ้อมรบร่วมระหว่างเกาหลีใต้กับสหรัฐอเมริกาจนทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ผู้ก่อเหตุซึ่งเดินทางไปเกาหลีเหนือหลายครั้งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา เป็น “สปาย” ของเกาหลีเหนือที่แฝงตัวเข้ามา และเกาหลีเหนืออยู่เบื้องหลังเหตุการณ์นี้หรือไม่
ที่จริงแล้ว นายคิมคีจอง ผู้ก่อเหตุ วัย 55 ปี เป็นสมาชิกกลุ่มหัวรุนแรงฝ่ายซ้าย ชื่อว่า กลุ่ม “อูรีมาดัง”ที่ทำกิจกรรมรณรงค์เพื่อมาตุภูมิหลายเรื่องมาตั้งแต่ยังหนุ่ม หลายปีก่อนเขาเป็นหัวหน้ากลุ่มรณรงค์ประท้วงญี่ปุ่นในกรณีความขัดแย้งแย่งชิงความเป็นเจ้าของเกาะกลางทะเลที่มีชื่อเกาหลีว่า “เกาะด๊อกโด” และเขาย้ายทะเบียนบ้านไปอยู่บนเกาะทันทีที่ญี่ปุ่นอ้างสิทธิเหนือเกาะนี้ ที่ญี่ปุ่นเรียกว่า “เกาะทาเคชิมา” ...ในขณะที่ความขัดแย้งยังระอุ เขาถูกจับกุมเนื่องจากพยายามปาก้อนคอนกรีตใส่เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำเกาหลีใต้ และถูกตัดสินจำคุก 2 ปี แต่ให้รอลงอาญาไว้ 3 ปี...เกาหลีหลายๆ คนมองว่าเขาเป็นพวกรักชาติ แต่รักจัดหนักจึงมีพฤติกรรมรุนแรง
จากคำให้การของผู้จัดงาน กล่าวว่า เขาไม่ได้รับเชิญเข้าร่วมงาน แต่การที่เขาสามารถประชิดถึงตัวเอกอัครราชทูตได้ไม่ยากก็เพราะว่างานครั้งนี้เปิดให้ประชาชนผู้สนใจเข้าร่วมรับฟังด้วย ...(อืม…งานระดับชาตินะ??)...อย่างไรก็ตาม นายคิมกล่าวอ้างถึงมูลเหตุจูงใจเพื่อแสดงการต่อต้าน เพราะเห็นว่า “สหรัฐอเมริกาเป็นอุปสรรคต่อการรวมชาติของเกาหลีเหนือและใต้”... ข้อเท็จจริงคือณ ปัจจุบัน สหรัฐอเมริกายังคงกองกำลังของตนเองในเกาหลีใต้ไว้ประมาณ 30,000 นาย พร้อมอาวุธยุทโธปกรณ์ครบ และมีการซ้อมรบร่วมทุกๆ ปี
...เพราะเหตุนี้จึงทำให้กลุ่ม “อูรีมาดัง” และคนเกาหลีบางกลุ่มมองว่า การแทรกแซงของสหรัฐอเมริกาหลายๆเรื่อง ทำให้ “การรวมชาติเกาหลีเหนือ-ใต้ ไม่มีความคืบหน้า”...ส่วนหนึ่งเป็นที่รู้กันดีอยู่ว่าสหรัฐอเมริกาทำการอันใดมักอยู่บนพื้นฐานผลประโยชน์ของตนเองเกาหลีแบ่งเป็นเหนือ-ใต้ จากการคานอำนาจระหว่างสหภาพโซเวียต ผู้นำฝ่ายคอมมิวนิสต์ในขณะนั้น กับสหรัฐอเมริกา... แต่ในปัจจุบัน อุปสรรคของการรวมชาติน่าจะมีมากกว่านั้น ในหลายๆ ด้าน เช่น ด้านเศรษฐกิจก็ยังมีคนคัดค้านการรวมประเทศที่จะส่งผลให้เศรษฐกิจเกาหลีโดยรวมให้ถดถอยลง...ปัญหาเรื่องอำนาจการปกครอง
ที่คงไม่มีใครยอมให้เกาหลีเหนือขึ้นปกครอง...คนเกาหลีใต้เองยังมองว่าเป็นเรื่องยาก อาจจะไม่ได้เห็นในช่วงชีวิตของเขาด้วยซ้ำไป...
ที่แน่ๆ หลังเหตุการณ์นี้ ท่านทูตสหรัฐอเมริกา และท่านทูตชาติพันธมิตรอื่นๆ คงไม่สามารถเดินบนถนนกรุงโซลโดยปราศจากบอดี้การ์ดอีกต่อไปแล้ว ...
หมายเหตุ : สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กๆ ด้วย วรรณกรรมเยาวชนเกาหลี“โรงเรียนแมว” หนังสือเบสต์เซลเลอร์ รางวัล “วรรณกรรมเยาวชนยอดเยี่ยมทางด้านคุณธรรม-Le Prix des Incorruptibles” จากฝรั่งเศส...พบเวทมนตร์แมวได้ที่ร้านนายอินทร์และซีเอ็ดทั่วประเทศ หรือที่ สำนักพิมพ์โพสต์บุ๊กส์ โทร. 02-616-4000 ต่อ 4623 ต่อ 1633 E-mail : sittichaii@bangkokpost.
co.th







