
อียู เข้าเกียร์ ลงดาบสมาชิกก่อหนี้ สเปนส่อแววขอกู้เงินวิกฤต
โพสต์ทูเดย์
— ผู้นำยุโรประดมสมองสะสางวิกฤตหนี้สาธารณะ จัดตั้งทีมงานพิเศษวางมาตรการแก้ปัญหา พร้อมลงดาบรัฐบาลที่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ขณะที่สเปนเผชิญแรงกดดันอย่างหนักจากภาวะงบประมาณขาดดุลจนอาจต้องขอความช่วยเหลือด่วนผู้นำทั้ง 27 ประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) รวมถึงเจ้าหน้าที่ของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) ร่วมประชุมที่กรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม เพื่อหารือถึงการวางมาตรการควบคุมวินัยด้านการเงินการคลังของประเทศสมาชิก เพื่อแก้ปัญหาหนี้สาธารณะที่กำลังทวีความรุนแรงในหลายประเทศ โดยจะมีการเพิ่มมาตรการลงโทษที่รุนแรงยิ่งขึ้นกับประเทศที่ละเมิดระเบียบด้านการคลังที่อียูกำหนดไว้ พร้อมจะมีการปรับใช้อย่างจริงจังยิ่งขึ้น ซึ่งนับเป็นการวางรากฐานให้กับการควบคุมเศรษฐกิจร่วมกันระหว่างรัฐบาลภายในภูมิภาคยุโรป
ที่ประชุมเห็นพ้องให้แต่ละประเทศร่วมมือกันในเชิงนโยบาย เพื่อจัดตั้งรัฐบาลในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งจะครอบคลุมระดับความร่วมมือและควบคุมระเบียบด้านการเงินใน 27 ประเทศสมาชิกอียู ไม่เฉพาะแค่เพียงกลุ่มประเทศที่ใช้เงินยูโรทั้ง 16 ประเทศ หรือกลุ่มยูโรโซนเท่านั้น นอกจากนี้ยังวางมาตรการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารและสถาบันการเงินต่างๆ เพื่อเป็นหลักประกันว่า สถาบันการเงินเหล่านี้จะสามารถจ่ายเงินชดเชยแก่รัฐบาลได้ ในกรณีที่ได้รับความช่วยเหลือเนื่องจากประสบปัญหาด้านการเงิน
ทั้งนี้ รายละเอียดของมาตรการควบคุมวินัยทางการเงินกำหนดให้ประเทศในกลุ่ม อียู ทั้ง 27 ประเทศต้องลดงบประมาณขาดดุลลง 0.5% ต่อปีต่อสัดส่วนของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และจะมีการลงโทษโดยอัตโนมัติหรือกึ่งอัตโนมัติต่อประเทศที่งบประมาณขาดดุลเกิน 3% ต่อสัดส่วนจีดีพี
สำหรับประเทศที่ไม่สามารถควบคุมดุลงบประมาณได้จะต้องถูกบังคับเปิดบัญชีงบดุลให้อยู่ภายใต้การควบคุมของคณะกรรมาธิการยุโรป (อีซี) นอกจากนี้ผู้ที่ละเมิดวินัยการเงินยังอาจถูกถอดถอนจากกองทุนช่วยเหลือของอียู ขณะที่เยอรมนียังเสนอให้แต่ละประเทศกำหนดกฎหมายควบคุมงบประมาณภาครัฐที่มีความเข้มงวดยิ่งขึ้นเพื่อควบคุมตนเอง
ในส่วนของแนวคิดรัฐบาลเชิงเศรษฐกิจ มีข้อเสนอให้แต่ประเทศปรับนโยบายงบ ประมาณให้มีความสอดคล้องกัน ลดความแตกต่างด้านศักยภาพการแข่งขันทางเศรษฐกิจระหว่างกัน และให้ความช่วยเหลือประเทศที่ประสบปัญหา นอกจากนี้สมาชิกอียูจะต้องส่งแผนงบประมาณมารับการพิจารณาโดยรัฐมนตรีคลังของประเทศต่างๆ ที่สำนักงานใหญ่ในกรุงบรัสเซลส์ของเบลเยียม ภายในช่วงเวลา 6 เดือนแรกของปี
สำหรับการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากธนาคารและสถาบันการเงิน ยังไม่มีข้อสรุปว่าจะนำค่าธรรมเนียมดังกล่าวมารวมเข้ากับงบประมาณของภาครัฐ หรือนำจัดตั้งเป็นกองทุนเพื่อรับมือกับวิกฤตการเงินที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้เกิดความขัดแย้งอย่างรุนแรงระหว่างรัฐบาลอียูเกี่ยวกับข้อเสนอคุมเข้มวินัยการเงินการคลังภายในภูมิภาค โดยล่าสุดรัฐบาลเยอรมนีสามารถโน้มน้าวให้รัฐบาลฝรั่งเศสยอมรับข้อเสนอที่จะเพิ่มมาตรการคุมเข้มวินัยการเงินการคลังที่เข้มงวดยิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามรัฐบาลอังกฤษแสดงท่าทีคัดค้านอย่างรุนแรงต่อข้อเสนอที่จะให้ตรวจสอบงบประมาณของแต่ละประเทศอย่างใกล้ชิด
ขณะเดียวกันกับที่อียู หารือเร่งด่วนเพื่อป้องกันวิกฤตหนี้สาธารณะไม่ให้ลุกลาม สถานการณ์ของสเปนเริ่มทรุดหนักลง หลังจากมีรายงานข่าวจากสื่อในสเปนระบุว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) สหภาพยุโรป (อียู) และรัฐบาลสหรัฐ กำลังหารือเพื่อวางแผนอัดฉีดเม็ดเงินหนุนสภาพ คล่องให้กับสเปนเป็นเงินถึง 2
–2.5 แสนล้านยูโร (ราว 8–10 ล้านล้านบาท) นอกจากนี้ยังมีรายงานด้วยว่า โดมินิก สเตราส์ คาห์น ผู้อำนวยการไอเอ็มเอฟ มีกำหนดการที่จะเข้าพบกับนายกรัฐมนตรี โฮเซ หลุยส์ โรดริเกซ ซาปาเตโร ของสเปนในวันนี้อย่างไรก็ตาม อียู แถลงว่า รายงานข่าวดังกล่าวไม่มีมูลความจริง นอกจากนี้รัฐบาลสเปนยังสามารถขายพันธบัตรเพื่อระดมทุนได้ถึง 3,000 ล้านยูโร (ราว 1.2 แสนล้านบาท) ในส่วนของพันธบัตรอายุ 10 ปี และเก็บรายได้อีก 479 ล้านยูโร (ราว 1.9 หมื่นล้านบาท) จากพันธบัตรอายุ 30 ปี ซึ่งถือเป็นรายได้ที่สูงกว่าที่ประเมินไว้ และการขายพันธบัตรได้อย่างเหนือความคาดหมาย ยังแสดงให้เห็นถึงความน่าเชื่อถือทางการเงินของสเปนที่ยังคงแข็งแกร่ง







