
เร่งไทยดึงลงทุนอุตฯเทคโนโลยี
กระตุ้นไทยดึงอุตฯ เทคโนโลยีเข้าประเทศ เร่งเครื่องเตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน ไอที เขตเศรษฐกิจพิเศษ
กระตุ้นไทยดึงอุตฯ เทคโนโลยีเข้าประเทศ เร่งเครื่องเตรียมพร้อมโครงสร้างพื้นฐาน ไอที เขตเศรษฐกิจพิเศษ
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยภายในงานสัมมนา “AEC Highlight 2015” ว่า ไทยจะต้องเร่งดึงดูดการลงทุนกลุ่มอุตสาหกรรมไฮเทค และอุตสาหกรรมที่ใช้เทคโนโลยี จากเกาหลี ญี่ปุ่น และจีน เข้ามาในประเทศมากขึ้น เพื่อยกระดับการผลิต เพิ่มมูลค่าสินค้าไทย และปรับตัวใช้เทคโนโลยีรองรับการพัฒนาสู่ยุคดิจิทัล ขณะที่
ผู้ประกอบการกลุ่มที่ต้องใช้แรงงานเข้มข้นจะต้องขยายการลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น
สำหรับจุดอ่อนของไทย คือ การปรับตัวเพิ่มมูลค่ากลุ่มเทคโนโลยีไม่ได้ สินค้าที่ไทยส่งออกส่วนใหญ่ยังเป็นสินค้าในกลุ่มที่ใช้แรงงานสูง แต่สินค้าเทคโนโลยียังมีน้อย จึงทำให้ไทยยังเสียเปรียบประเทศ
อื่นๆ และไม่โดดเด่น ซึ่งขณะนี้ไทยต้องใช้โอกาสจากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี) ดึงดูดการลงทุนเทคโนโลยีเข้ามา เพราะทั้งนักลงทุนจีน ญี่ปุ่น เกาหลีต่างก็สนใจที่จะใช้ไทยเป็นฐานการลงทุน และกระจายสินค้าไปยังกลุ่มประเทศอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง (จีเอ็มเอส)
อย่างไรก็ตาม ไทยยังมีจุดแข็งเรื่องสินค้าเป็นที่นิยม และได้รับการยอมรับในตลาด โดยเฉพาะสินค้าสำเร็จรูป รวมถึงสินค้าวัตถุดิบที่มีความต้องการจากประเทศ
เพื่อนบ้านมาก และไทยทำการค้ากับอาเซียนเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง รวมถึงยังได้ดุลการค้ากับทุกประเทศ ยกเว้นประเทศพม่าที่ไทยขาดดุลการค้า เพราะการนำเข้าก๊าซธรรมชาติ
ทั้งนี้ ยุทธศาสตร์การส่งเสริมการลงทุนฉบับใหม่ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ได้ระบุประเภทกิจการที่มีความสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประเทศเป็นกรณีพิเศษ 15 ประเภทกิจการ ซึ่งจะได้รับการยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล โดยไม่กำหนดวงเงินภาษีเงินได้ ได้แก่ กิจการบริการออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์เชิงสร้างสรรค์ กิจการซอฟต์แวร์ กิจการผลิตพลังงานไฟฟ้า/ไอน้ำจากขยะ กิจการผลิตลำตัวอากาศยาน/ชิ้นส่วน กิจการนิคม/เขตอุตสาหกรรมเทคโนโลยี กิจการบริการออกแบบวิศวกรรม กิจการบริการทดสอบทางวิทยาศาสตร์ เป็นต้น
นายธนวรรธน์ กล่าวต่อว่า ในปีนี้ไทยต้องให้ความสำคัญกับการเตรียมความพร้อมในการเปิดเออีซีเต็มรูปแบบมากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน เขตเศรษฐกิจพิเศษ การเข้าสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และการประมูล 4จี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันให้กับประเทศ และทำให้ไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุน
สำหรับตลาดดาวเด่นของอาเซียนในปัจจุบัน ได้แก่ อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ พม่า และมาเลเซีย เนื่องจากมีประชากรจำนวนมาก และมีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะฟิลิปปินส์ที่หลายคนอาจไม่นึกถึง แต่ตอนนี้ฟิลิปปินส์พัฒนาอย่างมาก







