
จับตาวิกฤตหนี้กรีซ 20ก.พ.เน่า-ไม่เน่า?
การเจรจาหนี้กรีซครั้งล่าสุดจบลงด้วยความล้มเหลว ไม่สามารถได้ข้อสรุปตามที่กรีซร้องขอให้มีการตัดบัญชีหนี้ศูนย์ให้กับกรีซได้
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
การเจรจาหนี้กรีซครั้งล่าสุดจบลงด้วยความล้มเหลว ไม่สามารถได้ข้อสรุปตามที่กรีซร้องขอให้มีการตัดบัญชีหนี้ศูนย์ให้กับกรีซได้ ทำให้เกิดความวิตกกังวลกันว่ากรีซอาจจะต้องออกจากกลุ่มยูโรโซนในที่สุด หากกรีซยังคงยืนกรานปฏิเสธไม่ขอความช่วยเหลือเพิ่มเติมจากกลุ่มยูโรโซน ซึ่งความช่วยเหลือเดิมของกรีซจะหมดอายุลงในวันที่ 28 ก.พ.นี้ ขณะที่รัฐมนตรีคลังยูโรโซนได้ยื่นคำขาดให้กรีซต้องทำเรื่องขอต่ออายุความช่วยเหลือภายในวันศุกร์นี้ตามเงื่อนไขเดิมคือกรีซต้องปฏิบัติตามนโยบายรัดเข็มขัดต่อไป
ทั้งนี้ มูลหนี้ของกรีซทั้งหมดนั้น มีอยู่ที่ 3.23 แสนล้านยูโร หรือคิดเป็น 174% ของจีดีพีของกรีซทั้งหมด ซึ่งจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากความช่วยเหลือจากยูโรโซนหมดอายุลงในวันที่ 28 ก.พ.นี้
แน่นอนว่ากรีซไม่ต้องการที่จะต่ออายุความช่วยเหลือดังกล่าว เนื่องจากรัฐบาลชุดใหม่ของกรีซซึ่งได้รับเสียงสนับสนุนอย่างล้นหลามจากประชาชนมีนโยบายต่อต้านมาตรการรัดเข็มขัดอย่างชัดเจน
กรีซได้เรียกร้องขอส่วนแบ่งผลกำไรจากพันธบัตรรัฐบาลกรีซที่ธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เข้าซื้อจากตลาดพันธบัตรด้วย ผลกำไรดังกล่าวมีมูลค่าประมาณ 1,900 ล้านยูโร ซึ่งอีซีบียังไม่ได้ส่งเงินดังกล่าวให้กับกรีซตามที่เคยสัญญาเอาไว้
แม้ว่าความช่วยเหลือของกรีซจะหมดอายุลงในวันที่ 28 ก.พ.นี้ แต่กระนั้นกรีซก็ยังไม่ได้หมดหนทางแต่อย่างใด ซึ่งรัฐบาลกรีซอ้างว่ากรีซจะยังมีศักยภาพการจ่ายหนี้ต่างๆ จนถึงเดือน มิ.ย. ในจำนวนนี้กรีซจะต้องจ่ายคืนหนี้กำหนดชำระให้กับธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) มูลค่า 3,500 ล้านยูโร นอกจากนั้นรัฐบาลกรีซอ้างว่า รายได้จากการจัดเก็บภาษีขณะนี้ยังพอที่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายของกรีซหากไม่รวมภาระการใช้หนี้
อย่างไรก็ตาม ปัญหาของกรีซจะยังไม่สิ้นสุดเท่านั้น หากกรีซไม่ต่ออายุความช่วยเหลือหลังจากวันที่ 28 ก.พ.นี้ ธนาคารกลางยุโรป(อีซีบี) ก็อาจจะตัดการปล่อยเงินกู้ที่ปล่อยให้กับธนาคารกลางกรีซที่ปล่อยกู้ต่อให้กับธนาคารพาณิชย์กรีซต่อไป คาดว่าในวันนี้อีซีบีจะเปิดการหารือในเรื่องนี้ด้วย ก่อนหน้านี้อีซีบีก็ได้ตัดสินใจหยุดการรับพันธบัตรรัฐบาลกรีซเป็นตัวค้ำประกันเงินกู้ของธนาคารพาณิชย์กรีซไปแล้ว
กระนั้นก็ตาม หากเงินกู้จากอีซีบีหยุดลงจริงๆ บรรดาธนาคารพาณิชย์ของกรีซก็ยังมีแหล่งเงินทุนจากกองทุนความช่วยเหลือสภาพคล่องฉุกเฉิน (อีแอลเอ) ของสหภาพยุโรปได้ ทว่าอีซีบีก็ยังมีสิทธิที่จะใช้การวีโต้ยับยั้งการเข้าถึงกองทุนดังกล่าวของกรีซเช่นกัน
ทั้งนี้ กรีซยังต้องการให้มีการปรับโครงสร้างการชำระหนี้ใหม่ ซึ่งกรีซขอชำระหนี้บางส่วนโดยเชื่อมโยงกับอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของกรีซแทนที่จะเป็นการจัดสรรงบประมาณเพื่อการชำระหนี้โดยตรง ซึ่งก็คือถ้าเศรษฐกิจกรีซมีอัตราการเติบโตที่ดี กรีซก็จะจ่ายดอกเบี้ยมากขึ้นตามเท่านั้น และหลังจากนั้นพันธบัตรกรีซที่ถือไว้โดยอีซีบีนั้นก็จะถูกแปรสภาพไปเป็นพันธบัตรที่ไม่มีวันครบกำหนดชำระคืน นั่นหมายความว่าจะมีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นประจำ แต่จะไม่มีการชำระคืนทั้งหมดแต่อย่างใดอีกด้วย







