
กรีซมั่นใจเจรจาอียูราบรื่น
ไซปราสมั่นพลิกโฉมกรีซใน 6 เดือน-เจรจาเงินช่วยเหลือจะสำเร็จ สวนทางเยอรมนี-ฝรั่งเศส
ไซปราสมั่นพลิกโฉมกรีซใน 6 เดือน-เจรจาเงินช่วยเหลือจะสำเร็จ สวนทางเยอรมนี-ฝรั่งเศส
นายกรัฐมนตรี อเล็กซิส ไซปราส แห่งกรีซ เปิดเผยก่อนการประชุมรัฐมนตรีกระทรวงการคลังของสหภาพยุโรป (อียู) ในวันที่ 12 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่า กรีซจะสามารถเจรจากับอียูเกี่ยวกับมาตรการเงินช่วยเหลือของทางอียู ซึ่งจะหมดลงในวันที่ 28 ก.พ.นี้ได้ลงตัว พร้อมประกาศว่ากรีซจะพลิกโฉมใหม่ในอีก 6 เดือนข้างหน้า
“ผมคาดว่าการเจรจาจะยาก แต่ผมก็มั่นใจเต็มร้อยเช่นกัน ผมสัญญาไว้เลยว่า ภายใน 6 เดือน กรีซจะกลายเป็นประเทศที่แตกต่างจากตอนนี้” ไซปราสกล่าวและว่า กรีซไม่ได้ต้องการเงิน แต่ต้องการเวลาเพื่อที่จะทำแผนปฏิรูปให้สำเร็จ
หากกรีซต้องการให้การเจรจาครั้งนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี ไซปราสจำต้องยอมรับเงื่อนไขของนายกรัฐมนตรี อังเกลา แมร์เกิล ของเยอรมนี ที่เชื่อในวิธีการทางการคลังมากกว่าการก่อหนี้สาธารณะเพื่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
ในการประชุมครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 ก.พ. นายกรัฐมนตรีเยอรมนียอมรับในวิธีการของกรีซ ภายหลังจากไซปราสยอมยืดหยุ่น และยอมรับเงินช่วยเหลือ 70% ของมาตรการปัจจุบัน แต่แมร์เกิล ระบุว่า กรีซยังคงต้องยอมรับเงื่อนไขการให้เงินช่วยเหลือของอียู
อย่างไรก็ตาม วูลฟ์กัง ชูเบิล รัฐมนตรีกระทรวงการคลังเยอรมนีที่แสดงทัศนะว่า กรีซไม่มีความรับผิดชอบ และการเจรจาครั้งนี้ยังไม่แน่นอนว่าจะสำเร็จหรือไม่
ในขณะเดียวกัน รัฐมนตรีกระทรวงการคลังฝรั่งเศส ระบุว่า กรีซต้องเคารพข้อตกลงของทางอียู แต่ในขณะเดียวกันทางอียูก็ต้องเคารพการตัดสินใจของรัฐบาลใหม่กรีซด้วยเช่นกัน และทั้งสองฝ่ายจำเป็นต้องหาทางที่ยอมรับร่วมกันได้
ทั้งนี้ บรรดานักวิเคราะห์ต่างคาดการณ์ว่า การประชุมรัฐมนตรีกระทรวงการคลังอียูครั้งนี้ จะเป็นการตัดสินว่ากรีซจะยังคงเป็นสมาชิกอียูต่อไปหรือไม่ โดยหากกรีซไม่ได้รับมาตรการช่วยเหลือทางการเงินของอียูต่อ มีแนวโน้มที่จะก่อให้เกิดภาวะสินเชื่อตรึงตัวหรือเงินขาดมือ
อย่างไรก็ตาม มาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (อีซีบี) เปิดเผยว่า จะไม่มีการพูดคุยถึงเรื่องที่กรีซจะออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป หากการเจรจากับบรรดาเจ้าหนี้ทั้งอียูและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ไปได้ไม่ราบรื่น







