
EconDaily
จากปากคำของ จอห์น วิลเลียม ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซานฟรานซิสโก แสดงให้เห็นว่า เวลาที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นใกล้เข้ามาทุกที ภายหลังจากที่การจ้างงานแข็งแกร่ง และรายได้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาด โดยราคาน้ำมันที่ปรับลดลงขณะนี้ รวมถึงค่าเงินสกุลเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น แม้อาจส่งผลให้เงินเฟ้อต้องชะลอตัวลงเหลือ 2% จากราว 3-3.5% แต่ก็เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น
จากปากคำของ จอห์น วิลเลียม ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซานฟรานซิสโก แสดงให้เห็นว่า เวลาที่เฟดจะขึ้นอัตราดอกเบี้ยนั้นใกล้เข้ามาทุกที ภายหลังจากที่การจ้างงานแข็งแกร่ง และรายได้ของประชาชนที่เพิ่มขึ้นรวดเร็วกว่าที่คาด โดยราคาน้ำมันที่ปรับลดลงขณะนี้ รวมถึงค่าเงินสกุลเหรียญสหรัฐที่แข็งค่าขึ้น แม้อาจส่งผลให้เงินเฟ้อต้องชะลอตัวลงเหลือ 2% จากราว 3-3.5% แต่ก็เป็นเพียงปัจจัยชั่วคราวเท่านั้น
แม้ว่าเศรษฐกิจจีนในปี 2014 จะชะลอตัวมากที่สุดในรอบ 24 ปี แต่ อี้กัง รองผู้ว่าการธนาคารกลางจีน(พีบีโอซี) ยืนยันว่าเศรษฐกิจจีนขณะนี้มีเสถียรภาพมากขึ้น และการบริโภคภายในประเทศก็กำลังเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยทางพีบีโอซีกำลังจับตาดูเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด ทั้งการชะลอตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์ และการเติบโตของธนาคารเงา รวมถึงการส่งเสริมให้การใช้จ่ายของรัฐบาลท้องถิ่นมีความโปร่งใสมากขึ้น
นักลงทุนจีนแห่ไปลงทุนในภูมิภาคยุโรปในปี 2014 คิดเป็นมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติ (เอฟดีไอ) ถึง 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ (ราว 5.76 แสนล้านบาท) มากกว่าปี 2013 ถึง 2 เท่า ซึ่งในช่วง 4 ปีที่ผ่านมา จีนลงทุนโดยตรงในยุโรปเฉลี่ยเพียง 1.2 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่ง โรเดียมกรุ๊ป ผู้เปิดเผยรายงานดังกล่าว ให้เหตุผลว่า เศรษฐกิจในแดนมังกรที่ชะลอตัวลง ประกอบกับรัฐบาลจีนยังจะห้ามคู่สามีภรรยาลงทุนนอกประเทศ เพื่อป้องกันการทุจริต ทำให้นักลงทุนหันไปสนใจตลาดต่างชาติมากขึ้น







