posttoday
น้ำมันถูกไร้ผลดันศก. เหตุว่างงาน-การเมือง ขวางโต

น้ำมันถูกไร้ผลดันศก. เหตุว่างงาน-การเมือง ขวางโต

12 กุมภาพันธ์ 2558

มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำสหรัฐ

โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์

มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำสหรัฐ เปิดเผยรายงานแสดงความเห็นโต้ว่า ปัจจัยราคาน้ำมันถูกเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอที่จะผลักดันเศรษฐกิจโลกให้ขยายตัวเติบโตได้

บริษัทจัดอันดับเครดิตชั้นนำสหรัฐให้เหตุผลว่า เป็นเพราะประเทศเศรษฐกิจหลักหลายประเทศ เช่น จีน ญี่ปุ่น บราซิล หรือแม้แต่ยุโรป กำลังเผชิญกับอุปสรรคขัดขวางต่างๆ ทั้งอัตราการว่างงานในระดับสูง และการเมืองไร้เสถียรภาพ ขณะที่ปัญหาราคาและการเติบโตที่อ่อนแอของประเทศผู้นำเข้าจะกระเทือนรายได้ของประเทศผู้ส่งออกน้ำมันอย่างรัสเซียและซาอุดิอาระเบีย

มารีย์ ดิรอน รองประธานอาวุโสและนักวิเคราะห์ของมูดี้ส์ ระบุว่า ราคาน้ำมันถูกไม่มีผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจในห้วงเวลานี้ เพราะหลายประเทศมีปัจจัยขัดขวางกิจกรรมทางเศรษฐกิจแตกต่างกันไป และทำให้มูดี้ส์คงคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้และปีหน้าไว้ที่ 3% เช่นเดิม และคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันจะเฉลี่ยอยู่ที่ 55 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2015 และ 65 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ในปี 2016

ความเห็นข้างต้นจากมูดี้ส์ สวนทางกับความเห็นจากนักวิเคราะห์หลายสำนัก ซึ่งออกมาคาดการณ์ว่าราคาน้ำมันที่ถูกลงจะช่วยลดต้นทุนการผลิต และลดการขาดดุลของประเทศผู้นำเข้าน้ำมันรายใหญ่ โดยซิตี้กรุ๊ป อิงค์ ถึงกับประเมินว่าการลดลงของราคาน้ำมันจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและประหยัดต้นทุนได้ถึง 1.1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่สถานการณ์ราคาน้ำมันกำลังขับเคี่ยวอย่างดุเดือด หลังผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ในตะวันออกกลางอย่างอิรักและอิหร่าน เดินหน้าแข่งขันกันลดราคาน้ำมัน เพื่อรักษาส่วนแบ่งทางการตลาดตามรอยซาอุดิอาระเบีย ผู้ส่งออกน้ำมันที่ใหญ่ที่สุดของโลกในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่หั่นราคาน้ำมัน งวดเดือน มี.ค. ซึ่งขายให้กับเอเชีย จนถือเป็นราคาที่ต่ำที่สุดในรอบ 14 ปี

สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานว่า ราคาน้ำมันดิบบาสราห์ อิรัก จะขายต่ำกว่าเกณฑ์ราคามาตรฐานของตะวันออกกลาง 4.1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นการลดราคามากที่สุดตั้งแต่เดือน ส.ค. 2003 ขณะที่ราคาน้ำมันของอิหร่านจะขายต่ำกว่าราคามาตรฐาน 2.1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล นับว่าลดราคามากที่สุดตั้งแต่เดือน มี.ค. 2000 โดยอิรักและอิหร่านเป็นชาติผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่เป็นอันดับ 2 และ 4 ของโอเปก

ซาราห์ อีเมอร์สัน ผู้จัดการ บริษัท อีเอสเอไอ เอ็นเนอร์จี อิงค์ บริษัทที่ปรึกษาในสหรัฐ แสดงความเห็นว่า การเดินหน้าหั่นราคาน้ำมันที่ขายในตลาดของบรรดาชาติสมาชิกโอเปก แสดงถึงความพยายามรักษาพื้นที่ส่วนแบ่งทางตลาดของตน ท่ามกลางการแข่งขันในตลาดที่มีผู้ผลิตน้ำมันหน้าใหม่เข้ามามากขึ้น โดยเฉพาะผู้ผลิตน้ำมันนอกกลุ่มโอเปกอย่างสหรัฐ

วันเดียวกัน วอลสตรีทเจอร์นัล รายงานว่าราคาน้ำมันที่ถูกลงเริ่มส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมน้ำมันในประเทศแล้ว โดยผลการศึกษาของสถาบันนโยบายสาธารณะเบเกอร์แห่งมหาวิทยาลัยไรซ์ พบว่าบริษัทน้ำมันสหรัฐขุดบ่อน้ำมันในเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา น้อยลง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดือน มิ.ย. 2014 ซึ่งเป็นเวลาก่อนที่ราคาน้ำมันจะเริ่มปรับตัวลดลงต่อเนื่องจากมากกว่า 100 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มาอยู่ที่ราว 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรลในปัจจุบัน

สอดคล้องกับข้อมูลจากดริลลิ่งอินโฟ บริษัทวิเคราะห์ในสหรัฐ ซึ่งพบว่าปริมาณน้ำมันที่ขุดขึ้นมาได้ในเดือน ม.ค. อยู่ที่เพียง 5.15 แสนบาร์เรล/วัน หรือน้อยลงถึง 8.5% เมื่อเทียบกับปริมาณที่ขุดได้ในเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา

จิม เครน นักวิชาการสายพลังงานแห่งมหาวิทยาลัยไรซ์ กล่าวว่า ความเคลื่อนไหวข้างต้นแสดงถึงปฏิกิริยาตอบสนองครั้งนี้ของเหล่าผู้ผลิตเชลออยล์ในสหรัฐ ซึ่งแปลได้ว่าผู้ผลิตในปัจจุบันมีความอ่อนไหวด้านราคาสูง และสามารถตอบสนองเพื่อแก้ปัญหาปริมาณน้ำมันล้นตลาดได้อย่างรวดเร็ว

รายงานข้างต้นสอดคล้องกับรายงานจาก 2 องค์กรด้านพลังงานซึ่งเปิดเผยเมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยสำนักงานข้อมูลพลังงานสหรัฐ (อีไอเอ) ระบุว่า การผลิตน้ำมันในประเทศเพิ่มขึ้นในอัตราที่ชะลอตัวลงในเดือน ม.ค. และมีปริมาณการผลิตทั้งหมดอยู่ที่ราว 9.2 ล้านบาร์เรล/วัน ขณะที่สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) คาดการณ์ว่าผู้ผลิตน้ำมันในสหรัฐจะขยายตัวช้าลง เพราะราคาน้ำมันถูกทำให้การผลิตไม่คุ้มทุนจนต้องตัดสินใจชะลอการผลิต

กระนั้น ผู้เชี่ยวชาญระบุตรงกันว่า ราคาน้ำมันจะยังคงปรับตัวอยู่ในระดับต่ำต่อไปอีกสักระยะ เนื่องจากปริมาณอุปทานน้ำมันยังคงมากเกินกว่าปริมาณความต้องการบริโภคในตลาด ประกอบกับการปิดแท่นขุดและการยุติการขุดบ่อน้ำมันในขณะนี้ส่วนใหญ่เป็นบ่อขนาดเล็กที่ปริมาณการขุดไม่มากอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ประเด็นที่น่าวิตกยิ่งกว่าก็คือการทยอยปิดแท่นขุดของบริษัทน้ำมันเพื่อรักษาต้นทุนการผลิตและรายได้ขององค์กร ได้เริ่มส่งผลต่อตำแหน่งงานในตลาดแรงงาน โดยล่าสุด บริษัท ฮาลิเบอร์ตัน ในสหรัฐ ประกาศแผนเลิกจ้าง 5,200-6,400 ตำแหน่ง ขณะที่ก่อนหน้านี้มีผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ของโลกหลายแห่งเปิดเผยแผนตัดลดการลงทุนและการจ้างงาน

เชฟรอน มีแผนตัดลดการลงทุน 13% มาอยู่ที่ 3.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐในปีนี้ ขณะที่ รอยัล ดัตช์ เชลล์ ลดการใช้จ่าย 1.5 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ใน 3 ปีข้างหน้า ด้านบีเอชพี บิลลิตัน ปิดแท่นขุดราว 40% ในปีนี้ ชลัมเบอร์เกอร์ เตรียมปลดคนงาน 9,000 ตำแหน่ง เช่นเดียวกับ บีพี และโททัล ที่ประกาศแผนตัดลดค่าใช้จ่ายและปรับลดคนงาน

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท