หุ่นยนต์ราคาถูกลงแทนที่แรงงานคน
ผลการศึกษาชี้หุ่นยนต์ซึ่งมีแนวโน้มราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ จะก้าวเข้ามาแทนที่แรงงานคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการผลิต
ผลการศึกษาชี้หุ่นยนต์ซึ่งมีแนวโน้มราคาที่ถูกลงเรื่อยๆ จะก้าวเข้ามาแทนที่แรงงานคน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมการผลิต
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานผลการศึกษาของบอสตัน คอนซัลติ้ง กรุ๊ป ซึ่งระบุว่า ต้นทุนของหุ่นยนต์ที่ใช้ในอุตสาหกรรมการผลิตที่ถูกลงจะเปิดทางให้บรรดาผู้ผลิตและเจ้าของโรงงานหันมาใช้หุ่นยนต์แทนที่แรงงานคนมากขึ้น เพื่อลดต้นทุนแรงงานในช่วง 10 ปีข้างหน้านี้
รายงานระบุว่า ปัจจุบันมีการใช้หุ่นยนต์เข้ามาทำงานในโรงงานผลิตราว 10% ของขั้นตอนการทำงานทั้งหมดในกระบวนการผลิต ซึ่งบริษัทที่ปรึกษาด้านการบริหารจัดการข้างต้นคาดการณ์ว่า ตัวเลขดังกล่าว จะปรับเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ประมาณ 25% ภายในปี 2025 ซึ่งจะทำให้ต้นทุนค่าแรงของโรงงานผลิตทั่วโลกลดลงเฉลี่ยประมาณ 16%
ฮัล ซีร์คิน หุ้นส่วนใหญ่ของบอสตัน คอนซัลติ้ง ระบุว่าแนวโน้มการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น นอกจากจะหมายถึงการพึ่งพาแรงงานคนลดลงแล้ว ความต้องการแรงงานที่มีทักษะในการควบคุมหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรย่อมมีเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน
"แรงงานในโรงงานจะได้รับค่าจ้างมากขึ้น แต่ความต้องการใช้แรงงานคนจะมีน้อยลง" ซีร์คินกล่าว
ขณะเดียวกัน รายงานฉบับนี้ยังค้นพบจุดเปลี่ยนที่จะทำให้โรงงานเปลี่ยนมาติดตั้งหุ่นยนต์ โดยบริษัทมีแนวโน้มจะพิจารณาเรื่องการใช้หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรแทนที่แรงงานคนเมื่อต้นทุนในระบบปฎิบัติการด้วยเครื่องจักรถูกกว่าการจ้างแรงงานคนที่ 15%
ยกตัวอย่างเช่น อุตสาหกรรมรถยนต์ในสหรัฐ ซึ่งกระตือรือล้นในการหันมาใช้หุ่นยนต์มากขึ้น พบว่า การใช้เครื่องจักรในการผลิตมีต้นทุนอยู่ที่ชั่วโมงละ 8 เหรียญสหรัฐเมื่อเทียบกับแรงงานคนที่อยู่ที่ชั่วโมงละ 25 เหรียญสหรัฐ
ยิ่งไปกว่านั้น การที่ต้นทุนในการติดตั้งหุ่นยนต์หรือเครื่องจักรเริ่มมีราคาถูกลง ทำให้บริษัทต่างๆ ทั่วโลกหันมาใช้แรงงานจากเครื่องจักรกันมากขึ้น โดยส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่า การเปลี่ยนไปใช้หุ่นยนต์เป็นกระบวนการที่สำคัญสำหรับการปรับปรุงพัฒนาโรงงานผลิตของตน
นอกจากนี้ การที่หุ่นยนต์และเครื่องจักร สามารถปฎิบัติงานภายใต้คำสั่งที่ซับซ้อนได้มากขึ้น ทำให้แนวโน้มความต้องการใช้แรงงานคนลดลงมากขึ้นไปอีก
ภาพประกอบข่าว
คำถาม - คิดเห็นอย่างไรกับการใช้หุ่นยนต์หรือเครื่องจักรแทนที่แรงงานคน







