
ยูเอ็นติงการเมืองทำไทยล้าหลัง
ผู้อำนวยการยูเอ็นดีพีชี้วิกฤตการเมืองไทยฉุดการพัฒนาประเทศทำให้ไม่สามารถก้าวพ้นความยากจนได้ ชมเปาะเวียดนามมีผลงานเข้าตา ในการขจัดความยากจน
ผู้อำนวยการยูเอ็นดีพีชี้วิกฤตการเมืองไทยฉุดการพัฒนาประเทศทำให้ไม่สามารถก้าวพ้นความยากจนได้ ชมเปาะเวียดนามมีผลงานเข้าตา ในการขจัดความยากจน
เอเอฟพีรายงานว่า เฮเลน คลาร์ก ผู้อำนวยการโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติ(ยูเอ็นดีพี) ให้สัมภาษณ์นอกรอบการประชุมที่กรุงฮานอยของเวียดนามว่า พม่า และไทย กำลังเผชิญกับงานหนักและท้าทาย ขณะที่เวียดนามกลายเป็นประเทศตัวอย่างในการพัฒนาประเทศไปสู่ “เป้าหมายแห่งสหัสวรรษ” แม้ว่าจะต้องพบปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศและระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น
คลาร์ก กล่าวว่า แม้ไทยจะมีกระบวนการพัฒนาและแก้ปัญหาความยากจนพอสมควร แต่การพัฒนาก็ต้องถูกหยุดชะงัก เนื่องจากความตึงเครียดทางการเมือง ซึ่งสถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมานั้น นอกจากจะทำให้มีผู้เสียชีวิต 90 คน บาดเจ็บกว่า 1,900 คนแล้ว ยังสร้างความแตกแยกที่ฝังรากลึกในสังคมไทยอีกด้วย
ทั้งนี้ผู้อำนวยการของยูเอ็นพีดียังกล่าวว่า เหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในประเทศไทยนั้น ก่อตัวขึ้นมาตั้ง แต่เกิดการรัฐประหารเมื่อปี 2549 เพื่อโค่นล้มรัฐบาลของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตรแล้ว
“สิ่งที่จำเป็นในขณะนี้ คือ การเจรจาระดับชาติ เพื่อให้เกิดการการเลือกตั้งที่อิสระและเป็นธรรม และประชาชนยอมรับผลการเลือกตั้งนี้” คลาร์กซึ่งเป็นอดีตนายกรัฐมนตรีของนิวซีแลนด์กล่าว
ขณะที่พม่านั้น คลาร์กกล่าวว่า ภายใต้การบริหารงานของรัฐบาลทหารพม่าประกอบกับปัญหาความยากจนข้นแค้นนั้น ทำให้พม่ายากที่จะบรรลุเป้าหมายแห่งการพัฒนา 8 ประการที่สมาชิกของยูเอ็นทั้ง 189 ประเทศ ร่วมกันกำหนดแนวทางและเป้าหมายในที่จะลดช่องว่างจากผลพวงของการพัฒนา และมุ่งมั่นส่งเสริมการพัฒนาคน ภายในปี 2558
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการยูเอ็นพีดี ยังกล่าวว่า พม่าเป็นประเทศที่ได้รับความช่วยเหลือจากนานาชาติต่อหัวประชากรต่ำที่สุดในกลุ่มประเทศกำลังพัฒนา ทั้งนี้เนื่องจากปัจจัยทางการเมืองนั้นที่เป็นข้อจำกัดในการดำเนินการของยูเอ็นพีดี
ส่วนเวียดนามนั้น คลาร์กกล่าวว่า เป็นประเทศที่มีกระบวนการที่ดีในการฃบรรลุเป้าหมายแห่งสหัสวรรษ โดยเฉพาะการแก้ปัญหาความยากจน และความหิวโหย รวมทั้ง การพัฒนาการศึกษาในประเทศ การลดอัตราการเสียชีวิตของแม่และเด็ก และการต่อสู้กับปัญหาโรคเอดส์
ทว่า ท่ามกลางการเติบโตทางเศรษฐกิจที่รวดเร็วของประเทศ แต่ผู้อำนวยการยูเอ็นพีดี แสดงความเห็นว่าเวียดนามจะตั้งเผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่ เนื่องจากปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศ และระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้น







