posttoday
Luxury Japan 24

Luxury Japan 24

11 มกราคม 2558

หลังจากอิ่มเอมกับอาหารมื้อเช้าแสนอร่อยที่ห้องอาหาร Kasei แล้ว เจ้าหน้าที่ก็นำเอกสารมาให้คนละชุด

หลังจากอิ่มเอมกับอาหารมื้อเช้าแสนอร่อยที่ห้องอาหาร Kasei แล้ว เจ้าหน้าที่ก็นำเอกสารมาให้คนละชุด เปิดดูเป็น Photo order form คือตลอดเวลาตั้งแต่ที่ Kinsei Lounge จนถึงห้องอาหารค่ำเมื่อวานนี้ เขามีเจ้าหน้าที่คอยเก็บภาพพวกเรามาโดยตลอด เจ้าหน้าที่คนที่กลางวันถ่ายภาพ กลางคืนสีไวโอลินนั่นแหละครับ ช่วงว่างๆ แกก็นั่งคัดรูปสวยๆ คมๆ ของพวกเราในอิริยาบถต่างๆ มารวบรวมไว้ในเอกสารชุดนี้ แล้วให้เราเลือกว่าอยากได้ภาพไหน ขนาดเท่าไหร่ ก็สั่งจองกันไปพร้อมชำระเงิน สนนราคาก็แค่ใบละ 500 เยน สำหรับภาพขนาด 2L และ 8,000 เยน สำหรับขนาด A4 พร้อมกรอบและโลโก้ Seven Stars นอกจากภาพพวกเราแล้วก็ยังมีภาพขบวนรถสวยๆ แบบที่เราไปถ่ายเองไม่ได้มาให้เลือกด้วย เผื่อใครอยากมีไว้ตั้งบนหลังโต๊ะทำงานก็ดูหรูหราดี ผมกลับขึ้นห้องไปอาบน้ำแต่งตัวแล้วค่อยๆ นั่งดูรูป ต้องยอมรับจริงๆ ว่าบางอิริยาบถมันเป็นธรรมชาติมากๆ สุดที่กล้องมือถือหรือการถ่ายแบบเซลฟี่จะทำได้ เลือกไปเลือกมาได้ไปสิบกว่ารูป และมีรูปนึงชอบมากเป็นพิเศษเป็นรูปที่ใส่สูทดูภูมิฐาน นานๆ จะมีกับเขาสักใบ เลยสั่งรูปใหญ่ใส่กรอบเสร็จสรรพเอาไว้เป็นที่ระลึก แต่ใช่ว่าสั่งแล้วจะได้เลยนะครับ ต้องรออีกประมาณ 2-3 สัปดาห์ ของถึงจะส่งมา

Luxury Japan 24

 

กรอกฟอร์มสั่งรูปเสร็จผมก็เริ่มทยอยเก็บข้าวเก็บของ เพราะคอร์ส 2 วัน 1 คืน นี่จะว่าสั้นก็สั้น นั่งๆ นอนๆ แป๊บเดียวก็หมดคืนแล้ว เก็บกระเป๋าเสร็จก็ได้เวลาอาหารกลางวันพอดี เที่ยงนี้เป็นอาหารกล่องอีกแล้วครับ วัตถุดิบทั้งหมดมาจากเมืองบุงโกะ จังหวัดโออิตะ ผมเคยไปที่บุงโกะ 2 ครั้ง จำได้ว่าพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตร และมีส่วนที่ติดกับทะเลอยู่ด้านหนึ่ง จึงมีวัตถุดิบอาหารที่สมบูรณ์ทั้งจากแผ่นดินและทะเล เปิดกล่องมาชั้นแรกมีอาหาร 7 อย่างตามคอนเซ็ปต์เปี๊ยบ ประกอบด้วยอาหารครบทุกหมวด อาทิ เนื้อปลากะพงแดงอบสาหร่าย เนื้อไก่อบชา เต้าหู้ไข่ เห็ดหอม หัวบุกเป็นต้น ชั้นที่ 2 ก็ยังคงเป็นอาหารที่หลากหลายทั้งเนื้อและผักจากทะเลและพื้นดิน แต่ที่ผมชอบเพราะแปลกดีคือไข่นกกระทาดองออกสีเหลืองเข้มหน้าตาเหมือนขนมหวานแต่รสชาติเยี่ยม ชั้นสุดท้ายเป็นของหนักจำพวกข้าวและผักดอง มีซุปผักแถมมาอีกถ้วย ทานหมดทั้ง 3 ชั้น อิ่มแบบแน่นๆ แต่ยังไม่จบเพราะยังมีของหวานมาในห่อกระดาษให้ตื่นเต้น แกะออกมาดูด้านในเป็นเยลลี่ฟรุตสลัดใสแจ๋วเห็นเนื้อผลไม้อร่อยชื่นใจดี

Luxury Japan 24

 

ทานอาหารเสร็จรถไฟก็มาจอดที่สถานี Yufuin พอดี ยุฟุอินเป็นหนึ่งในเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวทั้งชาวญี่ปุ่นและชาวต่างชาติ แต่เดิมจังหวัดโออิตะถือว่าเป็นหนึ่งในจังหวัดที่มีรายได้ต่ำที่สุดจังหวัดหนึ่งของญี่ปุ่น จนกระทั่งได้อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดคนเก่ง Mr.Morihiko Hiramatsu ผู้สร้างตำนาน One Village, One Product (OVOP) จนโด่งดังไปทั่วญี่ปุ่น และมีหลายประเทศได้หยิบยืมแนวคิดนี้ไปใช้ รวมทั้งประเทศไทยเราด้วย โครงการหนึ่งหมู่บ้าน หนึ่งผลิตภัณฑ์ นั้นเป็นการนำสิ่งที่มีจริงและเป็นจริงในท้องถิ่นนั้นๆ ออกสู่สาธารณะ เป็นผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คนในท้องถิ่นนั้นร่วมกันคิดค้นขึ้น เสียดายที่บ้านเราหยิบยืมมาแค่เปลือกนอกแต่ไม่ได้เอาแก่นแท้ของความเป็นท้องถิ่นออกมา เราจึงได้สินค้าหนึ่งตำบล หนึ่งผลิตภัณฑ์ ที่หน้าตาคล้ายๆ กันเต็มไปหมดจนขาดเอกลักษณ์ ในขณะที่หลายหมู่บ้านในจังหวัดโออิตะ กล้าขายความเป็นบ้านนอกให้คนกรุงมาสัมผัส เพราะเข้าใจถึงหลักการ สูงสุดคืนสู่สามัญ เข้าใจคำว่า Nostalgia หรือโรคคิดถึงบ้านอย่างแท้จริง หนุ่มๆ สาวๆ ชาวญี่ปุ่นจบการศึกษาแล้วมุ่งหน้าสู่เมืองใหญ่เพื่อไปทำงาน แต่ในท้ายที่สุดก็อดคิดถึงบ้านเกิดตัวเองไม่ได้ ต้องกลับมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ โรคนี้เกิดกับคนในเมืองใหญ่แทบทุกแห่ง เพราะเมืองใหญ่มันเย็นชา หามิตรภาพและความอบอุ่นได้ยาก

Luxury Japan 24

 

ผู้ว่าฯ Hiramatsu เข้าใจตรงนี้ เลยชูประเด็นขายความเป็นบ้านนอกให้คนกรุงที่โหยหา ไม่ต้องไปเพิ่มไปเติมอะไรมาก แค่รักษาสิ่งที่เป็นอยู่ให้ดำรงต่อไปและต้องไม่โลภ จนเมื่อผู้คนมาเที่ยวแล้วพบว่านี่แหละคือที่ที่ใช่และซ่อนอยู่ในความปรารถนามานาน การบอกต่อและบอกต่อจึงทำให้นักท่องเที่ยวแห่กันมาที่จังหวัดโออิตะ แต่ความชาญฉลาดของผู้ว่าฯ ฮิรามัตสึ คือ สร้างข้อจำกัดในการเที่ยวโดยไม่มีการเพิ่มสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ให้มากเกินไป โรงแรม ร้านอาหาร ถนนหนทาง มีเท่าเดิมหรือมากกว่าเดิมเล็กน้อย แต่ปรับปรุงให้อยู่ในสภาพดี ไม่จำเป็นต้องเพิ่มความหรูหราเพื่อเอาใจคนรวย จะมีข้อยกเว้นก็เมืองยุฟุอินนี่แหละครับที่เอาใจนักท่องเที่ยวมากหน่อย ตอนผมมายุฟุอินใหม่ๆ ผมนึกถึงปายที่แม่ฮ่องสอน เพราะเมืองถูกปรุงแต่งไปมากแล้ว ไม่มีสภาพของความเป็นบ้านนอกหลงเหลืออยู่เลย ในเมืองเต็มไปด้วยร้านค้าและร้านขายของที่ระลึก แต่ด้วยความที่เมืองอยู่ในแวดล้อมของภูเขายูฟุและมีทะเลสาบ Kinrin อยู่ปลายสุดของเมือง จึงทำให้เมืองยุฟุอินมีเสน่ห์ของธรรมชาติผสมประสานกับความน่ารักของร้านค้าที่เรียงรายอยู่กลางเมือง ได้เที่ยวชมธรรมชาติ ได้ทานขนมอร่อย และได้ช็อปปิ้งในร้านเก๋ๆ แค่นี้ก็มีความสุขแล้วครับ

Luxury Japan 24

 

ผมกลับมาขึ้นรถไฟตอนบ่าย 2 โมงครึ่ง เพื่อเข้าสู่การเดินทางช่วงสุดท้ายก่อนถึงจุดหมายปลายทางที่สถานี Hakata ทางเจ้าหน้าที่เชิญลูกค้าให้มาร่วมงาน Farewell Party ที่ Blue Moon Lounge มีการฉายสไลด์บรรยากาศภาพการเดินทางพร้อมๆไปกับเสิร์ฟขนมอร่อย Roll Cake จากร้านชื่อดัง B-Speak เมืองยุฟุอิน นอกจากจะอร่อยมากแล้วผมยังชอบจานที่เขาใส่ขนมมา เป็นจานกระดาษที่ผ่านการออกแบบเพียงแค่เพิ่มส่วนโค้งเข้าไปนิดเดียวก็สร้างความแตกต่างเก๋ไก๋ไม่เหมือนใคร แถมได้ความสะดวกในการหยิบจับอีกด้วย ทุกคนต่างร่ำลากันไม่เว้นแม้แต่เจ้าหน้าที่ ทริปนี้ไม่เพียงแต่หรูหราเท่านั้น แต่ยังอบอุ่นและประทับใจในบริการของเจ้าหน้าที่ทุกท่านอีกด้วย ก่อนลงจากขบวนรถ เจ้าหน้าที่ที่ชงกาแฟให้ผมทานทั้งสองครั้งยังเดินมาเคาะประตูห้องผม เพื่อจะบอกว่าเธอจำได้ว่าผมชอบทานกาแฟแบบไหน และจะจดจำไว้ไม่ลืม เพราะเธอมั่นใจว่า “เรา” จะได้มีโอกาสมาเจอกันอีกบนรถไฟสายนี้ รถไฟที่หรูหราที่สุดในญี่ปุ่น Cruise Train Seven Stars in Kyushu

Luxury Japan 24

 

Luxury Japan 24

 

Luxury Japan 24

 

Luxury Japan 24

 

Luxury Japan 24

 

Luxury Japan 24

 

Luxury Japan 24

 

Luxury Japan 24

 

Luxury Japan 24

 

Luxury Japan 24

 

Luxury Japan 24

 

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล