
เฟดไม่ขึ้นดอกฯก่อนเม.ย. ห่วงเงินเฟ้อโตไม่ตามเป้า
รายงานการประชุมเฟดย้ำไม่ขึ้นดอกเบี้ยก่อน เม.ย. เหตุกังวลความเสี่ยงภายนอก
รายงานการประชุมเฟดย้ำไม่ขึ้นดอกเบี้ยก่อน เม.ย. เหตุกังวลความเสี่ยงภายนอก
รายงานการประชุมของคณะกรรมการผู้กำหนดนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (เอฟโอเอ็มซี) เมื่อวันที่ 16-17 ธ.ค.ที่ผ่านมา เผยให้เห็นว่า คณะกรรมการส่วนมากเห็นว่าเอฟโอเอ็มซีไม่น่าจะเริ่มต้นปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนการประชุมอีก 2 ครั้งถัดไป หรือก่อนเดือน เม.ย. เนื่องจากยังกังวลความเสี่ยงจากต่างประเทศและอัตราเงินเฟ้อ
ที่ประชุมเอฟโอเอ็มซีแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจจากต่างประเทศ โดยเฉพาะภาวะซบเซาในยุโรป ญี่ปุ่น จีน และยังรวมถึงภาวะราคาน้ำมันขาลง อย่างไรก็ดีที่ประชุมเชื่อว่าเศรษฐกิจภายในสหรัฐแข็งแกร่งพอที่จะชดเชยกับความเสี่ยงดังกล่าวได้
กระนั้น โรเบอร์โต เพอร์ลี อดีตผู้ช่วยผู้อำนวยการกองการเฟด แสดงทัศนะว่าโดยพื้นฐานทางนโยบายแล้วเฟดต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ณ เวลาใดเวลาหนึ่งในช่วงกลางปี
รายงานการประชุมยังเผยอีกว่า สมาชิกเอฟโอเอ็มซีบางรายกังวลกับภาวะเงินเฟ้อ ซึ่งยังคงต่ำกว่าเป้าของเฟดที่ 2% ซึ่งอาจเป็นการบ่อนทำลายความน่าเชื่อถือการกำหนดเป้าหมายของคณะกรรมการ
ในแถลงการณ์เมื่อเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา เอฟโอเอ็มซีคาดการณ์ว่าเงินเฟ้อจะโตตามเป้าหมายที่ 2% จากการที่มีการจ้างงานเพิ่มมากขึ้น ขณะที่ราคาพลังงานลดลงกระตุ้นให้เกิดการใช้จ่ายสอดรับกับคำกล่าวของผู้ว่าการเฟดก่อนหน้านี้ว่า เฟดจำเป็นต้องรอให้เงินเฟ้อเติบโตในอัตราที่น่าพอใจก่อนจะมีการปรับอัตราดอกเบี้ยให้เข้าสู่ภาวะปกติ
อย่างไรก็ตาม การเติบโตของอัตราเฟ้อเงินสหรัฐในปี 2014 หากนับจนถึงเดือน พ.ย. เติบโตเพียง 1.3% เท่านั้น
รายงานการประชุมสอดคล้องกับถ้อยแถลงของ เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ก่อนหน้านี้ ที่ระบุว่าจะไม่มีการปรับขึ้นดอกเบี้ยก่อนการประชุม 2 ถัดไป และยังแสดงความกังวลต่อความเสี่ยงด้านเงินฝืดเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้ การเปิดเผยรายงานการประชุมทำให้ดัชนีสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์ 500 ปรับสูงขึ้น 23.29 จุด ปิดที่ 2,025.90 จุด ขณะที่อัตราผลตอบแทนของพันธบัตรสหรัฐอายุ 10 ปีปรับขึ้น 0.01 จุด เป็น 1.95%







