
จับตาเข็มทิศชี้วิกฤตอาเซียน2015
นิตยสาร "เดอะ ดิโพลแมต"วิเคราะห์ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2015
นิตยสาร "เดอะ ดิโพลแมต"วิเคราะห์ปัจจัยที่จะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในปี 2015
นิตยสาร "เดอะ ดิโพลแมต" (The Diplomat) ได้ทำการสำรวจและวิเคราะห์ปัจจัยต่างๆ ที่จะส่งผลกระทบต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของเราในปี 2015 นี้ ซึ่งเป็นปีที่อาเซียนจะเปิดฉากประชาคมเศรษฐกิจ หรือ AEC อย่างเป็นทางการเสียทีหลังจากตั้งตารอมานาน แต่เส้นทางของอาเซียนใช่ว่าจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะภูมิภาคนี้จะต้องเผชิญกับปัญหานานาประการ ทั้งภายใน และตัวแปรจากภายนอก โดยเฉพาะกับชาติมหาอำนาจ
1.หลังจากเปิดประชาคม AEC อาเซียนจะต้องพิจารณาถึงผลกระทบของการรวมตัวกันครั้งนี้ รวมถึงการถ่วงดุลกับผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจกับหุ้นส่วนสำคัญ เช่นสหรัฐ ที่มีข้อตกลงหุ้นส่วน TPP หรือธนาคารเพื่อการลงทุนสาธารณูปโภคเอเชีย (AIIB) ที่จีนเป็นเจ้าภาพ
2.ในปีหน้า มาเลเซียจะเป็นทั้งประธานอาเซียน และสมาชิกไม่ถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจะทำให้มาเลเซียมีบทบาทเหนือชาติอื่นๆ แต่ขณะเดียวกันจะเพิ่มแรงกดดันในประเทศ ที่กำลังเผชิญกับความขัดแย้งทางการเมืองยืดเยื้อ และการละเมิดสิทธิมนุษยชน
3.เมียนมาร์จะจัดการเลือกตั้งปลายปี 2015 จะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่า การปฏิรูปและการเปิดประเทศที่เริ่มตั้งแต่ปี 2011 เป็นของจริง หรือเพียงแค่ปาหี่ โดยเฉพาะความพยายามขัดขวางมิให้ อองซานซูจี เข้าร่วมการเลือกตั้ง หรือหากซูจีได้เป็นผู้นำประเทศขึ้นมา จะเกิดความเปลี่ยนแปลงหรือไม่
4.สถานการณ์ในทะเลจีนใต้ยังน่าเป็นห่วง อาเซียนจำเป็นต้องหาทางออกอย่างจริงจังว่า ควรจะรับมือกับการอ้างสิทธิเหนือน่านน้ำและหมู่เกาะในแถบนี้ด้วยมาตรการใด เพราะอาจกระทบต่อความสัมพันธ์ภายใน และผลประโยชน์ของกลุ่มกับจีน นอกจากนี้ ยังต้องจับตาด้วยว่า ศาลโลกจะรับพิจารณากรณีพิพาทนี้ด้วยหรือไม่ หลังจากฟิลิปปินส์ได้ยื่นคำร้องไป
5. โจโกวี ผู้นำใหม่ของอินโดนีเซียจะถูกจับตาอย่างหนักว่า จะสามารถดำเนินการปฏิรูปได้ตามที่ให้คำมั่นสัญญาหรือไม่ โดยเฉพาะการปฏิรูประบบสาธารณสุข การศึกษา และสาธารณูปโภค ซึ่งหากสำเร็จจะช่วยยกระดับประเทศให้มั่นคงยิ่งขึ้น แต่ก็ยากที่จะผลักดันให้ลุล่วง เพราะอุปสรรคจากแรงต้านในสหภาพ ฝ่ายค้าน และงบประมาณที่จำกัด
6. ราคาน้ำมันที่ผันผวนจะส่งผลกระทบไม่น้อยต่ออาเซียน เพราะแม้น้ำมันที่มีแนวโน้มจะปรับลดลงอีกในปีนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ลดการขาดดุลในหลายประเทศ แต่จะส่งผลต่อผู้ส่งออกน้ำมันในภูมิภาคเช่น มาเลเซีย และเวียดนาม ดังนั้น ผลกระทบในเรื่องนี้จึงแตกต่างกันไปตามสถานะของประเทศนั้นๆ







