
Luxury Japan 23
เฉลยคำตอบจากสัปดาห์ที่แล้ว ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ผมจึงเลือก นอนต่ออีกหน่อยครับ
เฉลยคำตอบจากสัปดาห์ที่แล้ว ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการท่องเที่ยวญี่ปุ่น ผมจึงเลือก นอนต่ออีกหน่อยครับ โธ่! ก็ทุ่งหญ้า Kusasenri นี่ผมไปมาแล้วตั้งหลายต่อหลายรอบ แต่สำหรับคนที่ยังไม่เคยไปก็ควรต้องลองไปสักครั้งสองครั้ง เพราะทัศนียภาพของทุ่งหญ้าแห่งนี้มันช่างงดงามและกว้างไกลสุดสายตาครับ ตรงบันไดทางลงทุ่งเขาจัดพื้นที่ไว้ให้ถ่ายภาพวิวมุมกว้างมองเห็นได้ทั่ว แต่แค่นั้นไม่พอครับ ต้องลงไปเดินไปวิ่งเล่นให้หนำใจมันถึงจะรู้ว่ากว้างใหญ่แค่ไหน ยิ่งได้เจออากาศเย็นสบายยามเช้าๆ แบบนี้ด้วยแล้วยิ่งน่าลงไปเดินเล่น ที่สำคัญจะเข้าใจความรู้สึกของวัวและม้าที่เขาพามากินหญ้ากันที่นี่ เพราะทุ่งหญ้าแห่งนี้อุดมไปด้วยหญ้าและแหล่งน้ำตามธรรมชาติแถมอยู่บนที่ราบสูงปากปล่องภูเขาไฟ จึงทรงคุณค่าด้วยแร่ธาตุมากมาย วัวและม้าที่เลี้ยงในแถบทุ่งหญ้าแห่งนี้จึงมีความสมบูรณ์ ระยะหลังเนื้อวัวแดง Akaushi ของจังหวัด Kumamoto ที่เริ่มได้รับความนิยมในหมู่นักชิมกันมากขึ้นก็มาจากทุ่งหญ้า Kusasenri แห่งนี้เช่นกัน
กว่าผมจะลุกขึ้นมาเปลี่ยนเสื้อผ้าลงจากรถไฟก็เกือบ 7 โมงเช้าแล้ว แต่ก็ยังมีเวลาเหลือเฟือสำหรับอาหารเช้า เพราะรถไฟจะออกจากสถานี Aso อีกทีก็ตอน 9 โมง ตอนแรกที่อ่านในกำหนดการว่า ทานอาหารเช้าภายในสถานีรถไฟ ผมก็ไม่ค่อยเข้าใจนัก คิดว่าคงเป็นร้านอาหารเล็กๆ ที่พบได้ตามสถานีรถไฟทั่วไป แต่ที่ไหนได้ทาง JR Kyushu เขาสร้างร้านอาหารขึ้นมาใหม่ไว้บริการอาหารเช้าสำหรับผู้โดยสารของ Seven Stars โดยเฉพาะ แต่ครั้นจะใช้ประโยชน์เพียงแค่ 2 เช้าต่อสัปดาห์ก็จะไม่คุ้มค่า เลยเปิดให้บริการลูกค้าอื่นๆ มาทานได้ด้วย แต่ต้องหลังจากเสร็จสิ้นช่วงเวลาอาหารเช้าไปแล้ว ซึ่งลูกค้าท่านอื่นต้องจ่ายค่าเข้าชานชาลาก่อนถึงจะเข้ามาที่ร้านได้ เพราะห้องอาหารอยู่ติดรางรถไฟด้านในสุดของชานชาลา เรียกว่าก้าวลงจากรถไฟก็เดินต่อเข้าร้านได้เลย หน้าประตูร้านมีรูปดาวแปะอยู่แต่ไม่ใช่โลโก้เดียวกับ Seven Stars พอเหลือบไปเห็นป้ายผ้าเขียนว่า Kasei ที่แปลว่าดาวอังคารก็เลยไม่แปลกใจ เพราะยังไม่หลุดคอนเซ็ปต์ ถ้าจำกันได้วันแรกก่อนขึ้นรถไฟผมก็ไปนั่งรอใน Venus Lounge ซึ่งเขามีภาษาญี่ปุ่นกำกับไว้ว่า Kinsei ที่แปลว่าดาวศุกร์ หรือห้องอาหาร Jupiter และเลานจ์ Blue Moon บนรถไฟ Seven Stars ก็ล้วนแล้วแต่ใช้ชื่อของดวงดาวทั้งสิ้น
ร้านอาหาร Kasei เป็นอาคารไม้ชั้นเดียวหลังกะทัดรัด สั้นกว่าตู้โดยสารเล็กน้อยแต่กว้างกว่าเกือบเท่าตัว ดูจากการจัดวางที่นั่งน่าจะรับลูกค้าได้กว่า 30 ท่านมากกว่าจำนวนผู้โดยสาร Seven Stars อยู่หน่อยนึง ด้านหน้าของห้องอาหารเป็นไลน์บุฟเฟ่ต์ที่หลากหลายมาก โดยเฉพาะไลน์ผักสดและผลไม้นี่เยอะมากเป็นพิเศษ ส่วนไลน์กับข้าวก็เป็นพวกอาหารทานกับข้าวต้ม เช่น ผักดอง เต้าหู้ ฯลฯ ด้านข้างเป็นครัวกึ่งเปิดมองเห็นพ่อครัวกำลังปรุงอาหารร้อนกันอยู่ หน้าครัวมีเคาน์เตอร์วางหม้อข้าวต้มและซุปมิโสะให้ตักกันตามสบาย ติดกันมีเครื่องชงกาแฟสด จะชงเองหรือให้พนักงานชงให้ก็ได้ ใครไม่ถนัดอาหารญี่ปุ่นเขาก็มีถาด Cold Cut และถาดขนมปังแทรกอยู่ในไลน์บุฟเฟ่ต์พร้อมแก้วใส่มูสและจานขนมหวาน ยังไม่หมดเท่านี้นะครับ พอไปนั่งที่โต๊ะแล้วพนักงานก็นำน้ำผลไม้และกล่องอาหารมาเสิร์ฟพร้อมรอรับออร์เดอร์เครื่องดื่มร้อนและจานไข่ กล่องเซรามิกสีขาวมีโลโก้ดาว Kasei ดวงเล็กๆ ช่วยขับเน้นความโดดเด่นและสร้างมูลค่าเพิ่มขึ้นมาอีกเยอะ เปิดฝากล่องออกมาด้านในมีเนื้อวัว 2 ชิ้น ไข่ม้วน ปลาแซลมอนย่างและข้าวโพดอีกอย่างละชิ้น ผักดองหวานวางอยู่ในช้อนพร้อมทานอีก 1 คำ
สักพักคาเฟ่ลาเต้หอมกรุ่นจากเครื่องชงก็ถูกยกมาเสิร์ฟพร้อม Omelette ที่สั่งไป พนักงานชงกาแฟเป็นคนเดียวกับที่ชงให้ผมบนรถไฟ เธอยังจำได้ว่าผมชอบดื่มอะไรและใส่น้ำตาลกี่ก้อน ทำเอาผมประทับใจมาก ผมตักสลัดผักและมะเขือเทศสดมาทาน 1 ถ้วยใหญ่ คนไม่ค่อยชอบทานผักอย่างผมเห็นแล้วยังอดใจไม่ไหว ก็มันสดเสียจนดูน่าทานมากโดยเฉพาะมะเขือเทศนั้นทั้งหวานทั้งฉ่ำตักมาเท่าไหร่ซัดจนหมดไม่มีเหลือ ไข่ก็สดมากเป็นไข่ที่ทาง JR Kyushu คัดมาเป็นพิเศษจากฟาร์มที่มีข้อตกลงกันไว้เหมือนที่เสิร์ฟตอนมื้อกลางวันบนรถไฟ สรุปว่าทั้งอาหาร บรรยากาศร้านและการบริการของพนักงานนั้นเอาไปเต็ม เสียดายว่าไม่มีโอกาสได้ลองทานอาหารมื้ออื่นๆ ของทางร้าน ได้แต่ขอเมนูมาดูเผื่อใครสนใจจะมาทานก็สามารถนั่งรถไฟมาลงที่สถานี Aso แล้วข้ามมายังชานชาลาในสุด หรือจะขับรถมาจอดหน้าสถานีแล้วจ่ายค่าธรรมเนียมเข้าชานชาลาก็ได้ ช่วงอาหารกลางวันและค่ำเขามีบริการคล้ายๆ กันคือมีไลน์บุฟเฟ่ต์ให้ทานได้ไม่จำกัด แต่เพิ่มอาหารจานหลักซึ่งมีให้เลือกแค่ 3 อย่าง คือ เมนูเนื้อวัว Grilled Aso Akaushi เมนูหมู Grilled Kumamoto Hio Pork และเมนูไก่ Grilled Kumamoto Chicken ราคาก็ลดหลั่นกันลงมา ใครอยากมาทานตรวจสอบเวลากันให้ดี กลางวัน 11.00-16.00 (last order 15.00) และค่ำ 18.00-21.00 (last order 20.30) เนื่องจากที่นั่งมีน้อยและยังอยู่ในความนิยม จึงควรสำรองที่นั่งไปล่วงหน้าจะได้ไม่ผิดหวังครับ







