
‘ไอเอส’บุกคาเฟ่กลางซิดนีย์
คนร้ายพกอาวุธบุกคาเฟ่ย่านธุรกิจเมืองจิงโจ้ จับตัวประกันยืนติดหน้าต่าง
คนร้ายพกอาวุธบุกคาเฟ่ย่านธุรกิจเมืองจิงโจ้ จับตัวประกันยืนติดหน้าต่าง
เกิดเหตุการณ์มือปืนอย่างน้อย 1 คน บุกร้านลินด์ ช็อกโกแลต คาเฟ่ ในย่านมาร์ติน เพลซ ซึ่งเป็นแหล่งธุรกิจสำคัญในกรุงซิดนีย์ ออสเตรเลีย พร้อมกับจับผู้ที่อยู่ในร้านหลายสิบคนเป็นตัวประกัน โดยล่าสุดมีรายงานว่าคนร้ายต้องการธงสัญลักษณ์ของกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) และขอคุยโทรศัพท์กับนายกรัฐมนตรี โทนี แอบบอตต์ แห่งออสเตรเลีย หลังจากตัวประกัน 5 คน หนีออกมาได้
การจับกุมตัวประกันมีขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าของวันที่ 15 ธ.ค. และภายหลังจากที่ตัวประกัน 5 คน สามารถหลบหนีออกมาได้ ก็มีรายงานจากบรรดาสำนักข่าวในท้องถิ่นที่ได้รับการติดต่อจากตัวประกันที่เหลือ
กลุ่มหนึ่งถึงข้อเรียกร้องของมือปืนทั้งสองข้อ
ด้าน คริส รีสัน ผู้สื่อข่าวของสถานีโทรทัศน์เซเว่น เน็ตเวิร์ก ในออสเตรเลีย อธิบายรูปลักษณ์ของคนร้ายว่าเป็นชายสวมเสื้อสีขาว หมวกสีดำ มีหนวดเครา และถือปืนลูกซองเดินไปมาผ่านริมหน้าต่าง แสดงท่าทีไม่พอใจหลังตัวประกันชาย 3 คน และหญิง 2 คน เริ่มหลบหนี พร้อมกับตะโกนออกคำสั่งใส่ตัวประกันที่เหลือ
ท่ามกลางบรรยากาศความความตึงเครียด เจ้าหน้าที่ตำรวจหลายร้อยนาย บางส่วนถือปืนไรเฟิล ได้เข้าทำการปิดถนนย่านดังกล่าวและอพยพคนออกจากพื้นที่แล้ว พร้อมกับหน่วยพลแม่นปืนก็เตรียมพร้อมประจำที่ และมีเฮลิคอปเตอร์จำนวนหนึ่งบินวนรอบสถานที่เกิดเหตุตลอดเวลา
ขณะเดียวกัน สื่อท้องถิ่นต่างเผยแพร่ภาพของตัวประกันที่ยืนริมหน้าต่างของร้านและชูมือพร้อมกับถือธงสีดำที่มีตัวอักษรอาระบิกสีขาวเขียนอยู่ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถจู่โจมเข้าไปข้างในได้
ไซ เชเนพัล ผู้เห็นเหตุการณ์วัย 36 ปี ระบุว่า ระหว่างเดินออกมาจากสถานีรถไฟมาร์ติน เพลซก็พบว่ามีลูกค้า 2 คน อยู่ในร้านลินด์ ช็อกโกแลต คาเฟ่ เดินไปที่ประตูพร้อมกับชูมือขึ้น จึงตัดสินใจไม่เดินเข้าไป เพราะภาพเหตุการณ์ดังกล่าวน่ากลัวมาก
ฝ่ายแคทเธอรีน เบิร์น รอง ผบ.ตร.แห่งรัฐนิวเซาท์เวลส์ ให้สัมภาษณ์กับสื่อว่า รายละเอียดหลายอย่างเกี่ยวกับเหตุการณ์ดังกล่าวยังไม่เป็นที่แน่ชัด เช่น แรงจูงใจของคนร้าย และจำนวนของตัวประกันที่ติดอยู่ในร้าน
ขณะที่นายกรัฐมนตรีแอบบอตต์ได้ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลต่อสถาณการณ์ดังกล่าวที่เกิดขึ้น พร้อมกับกล่าวว่า ยังไม่ทราบถึงมูลเหตุและแรงจูงใจของคนร้าย ทว่าก็มีความเป็นไปได้ว่าจะมีแรงจูงใจทางการเมืองฃ







