
น้ำมันดิ่งหลุดกรอบ60ดอลล์
ราคาน้ำมันร่วงต่อเนื่อง หลังชาติในโอเปกยังส่งสัญญาณรักษาส่วนแบ่งการตลาดต่อ
ราคาน้ำมันร่วงต่อเนื่อง หลังชาติในโอเปกยังส่งสัญญาณรักษาส่วนแบ่งการตลาดต่อ
สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ราคาน้ำมันในตลาดสหรัฐยังคงปรับตัวลดต่ำลงกว่าระดับ 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ท่ามกลางการคาดการณ์ว่า ทางประเทศต่างๆ ในกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะยังคงปกป้องส่วนแบ่งการตลาดการส่งออกน้ำมันจากสหรัฐที่มีความสามารถในการผลิตน้ำมันได้มากขึ้น จากน้ำมันในชั้นหินดินดาน (เชลออยล์)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสตลาดไนเม็กซ์ของสหรัฐ งวดส่งมอบเดือน ม.ค. ในกระดานซื้อขายอิเล็กทรอนิกส์ในวันที่ 12 ธ.ค. ปรับตัวลดลง 1.15 เหรียญสหรัฐ ไปอยู่ที่ 58.80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ภายหลังจากที่ราคาปิดตลาดเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ 59.95 เหรียญสหรัฐ ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำที่สุดในรอบ 5 ปี ในขณะที่น้ำมันดิบเบรนต์ทะเลเหนือตลาดลอนดอน งวดส่งมอบเดือน ม.ค. ก็ปรับตัวลดลง 78 เซนต์ ไปอยู่ที่ 62.90 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หลังจากที่วันที่ 11 ธ.ค.ปิดตลาดที่ 63.68 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำที่สุดนับตั้งแต่ ก.ค. 2009
รายงานระบุต่อไปว่า ทิศทางน้ำมันกำลังมุ่งเข้าสู่การปรับตัวลดลงติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 10 นับตั้งแต่เดือน ต.ค. ภายหลังจากที่โอเปกตัดสินใจไม่ลดกำลังการผลิต แม้ว่าสหรัฐจะสามารถผลิตน้ำมันได้มากที่สุดในรอบ 30 ปี และการที่ซาอุดิ อาระเบีย อิรัก และคูเวต สามประเทศยักษ์ใหญ่ของกลุ่มโอเปกลดราคาการส่งน้ำมันไปให้ชาติในเอเชีย เป็นสัญญาณว่า ทั้งสามประเทศต้องการปกป้องส่วนแบ่งทางการตลาดของตนเองเอาไว้
“เป็นที่ชัดเจนว่า ตราบเท่าที่ยังมีความกังวลเรื่องการต่อสู้เรื่องราคาอยู่ ดังนั้นแล้วก็ดูเหมือนว่าราคาน้ำมันจะยังคงปรับตัวลดลงต่อไป โดยตอนนี้ราคาหลุดที่ 60 เหรียญสหรัฐแล้ว กรอบต่อไปก็คือ 58 เหรียญสหรัฐ” ฟิล ฟลินน์ นักวิเคราะห์ตลาดอาวุโสของไพรซ์ ฟิวเจอร์ส กรุ๊ป ในชิคาโก ระบุในอีเมล
ขณะเดียวกัน ทางสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (ไออีเอ) ปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันโลกในปี 2015 ว่า จะอ่อนแอกว่าที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ เนื่องมาจากประเทศที่ผลิตน้ำมันได้รับกระทบจากราคาน้ำมันที่ร่วงลง โดยการบริโภคน้ำมันจะขยายตัวขึ้น 9 แสนบาร์เรล/วัน ไปอยู่ที่ 93.3 ล้านบาร์เรล/วัน ต่ำกว่าคาดการณ์เดิม 2.3 แสนบาร์เรล/วัน
นอกจากนี้ ไออีเอยังประเมินด้วยว่า ประเทศนอกกลุ่มโอเปกจะสามารถผลิตน้ำมันได้มากขึ้นกว่าที่คาดการณ์ในปีหน้าอีกด้วย







