posttoday
Luxury Japan 19

Luxury Japan 19

07 ธันวาคม 2557

เจ้าหน้าที่พาผมขึ้นไปยังตู้หมายเลข 5 ในแต่ละตู้โดยสารจะมีห้องพัก 3 ห้อง ยกเว้นตู้ที่ 7 ซึ่งมีแค่ 2 ห้อง

เจ้าหน้าที่พาผมขึ้นไปยังตู้หมายเลข 5 ในแต่ละตู้โดยสารจะมีห้องพัก 3 ห้อง ยกเว้นตู้ที่ 7 ซึ่งมีแค่ 2 ห้อง ผมได้ห้องหมายเลข 502 ซึ่งเป็นห้อง Suite ระดับมาตรฐาน ทั้งขบวนมีห้องพักแบบนี้ 12 ห้อง และเป็น Deluxe Suite อีก 2 ห้อง ในห้องพักมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วนทุกอย่างและจัดวางอย่างลงตัว พอเปิดประตูเข้าไปก็เจอหน้าต่างบานใหญ่ที่มองเห็นวิวด้านนอกได้อย่างเต็มตา ขวามือเป็น Sofa Bed ซึ่งปรับเป็นที่นั่งไว้ก่อน กลางห้องเป็นโต๊ะทำงานที่ติดอยู่กับกระจกบานใหญ่พร้อมเก้าอี้ที่ดูนั่งสบายหนึ่งตัว ใต้โต๊ะเป็นตู้เย็นขนาดกะทัดรัด บรรจุเครื่องดื่มสารพัดไว้เต็มตู้ มีทั้งน้ำแร่ น้ำชา น้ำผลไม้ น้ำอัดลม และเบียร์ ทุกอย่างดื่มฟรีไม่มีชาร์จเพิ่ม ด้านซ้ายมีประตูอยู่ 2 บาน บานแรกเป็นตู้เสื้อผ้า พอเปิดมาก็เจอกระเป๋าใหญ่ของเราถูกเก็บไว้อยู่ข้างใน อีกบานเป็นประตูห้องน้ำที่กว้างเหลือเชื่อ มีทั้งโถส้วม อ่างล้างหน้าที่ทำจาก Arita Porcelain ซึ่งโด่งดังมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 17 และเป็นที่ต้องการของชาวยุโรปในยุคนั้น อีกด้านเป็นห้องอาบน้ำที่ดีเกินคาด เพราะมีทั้งฝักบัวและ Rain Shower แถมเก้าอี้ไว้ให้นั่งอาบแบบสบายๆ กรณีไม่อยากยืนหรืออาบขณะที่รถไฟวิ่งจะได้ไม่เสียการทรงตัว ที่ว่ามาทั้งหมดนี้รวมอยู่ในพื้นที่ห้องแค่ 10 ตารางเมตร แต่ไม่รู้สึกว่าแคบเลยเมื่อเทียบกับห้องพักของโรงแรมระดับ 2-3 ดาวหรือ Business Hotel บางแห่ง ห้องของ Seven Stars ให้ความรู้สึกที่กว้างกว่าและสบายกว่าจริงๆ อย่างล่าสุดผมไปนอนโรงแรมหนึ่งก็ประมาณ 10 ตารางเมตรเหมือนกัน แต่ดูคับแคบไปหมด แถมไม่มีตู้เสื้อผ้าด้วย อันนี้ต้องยกคุณงามความดีให้กับคนออกแบบที่จัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัว

บนโต๊ะทำงานมีคู่มือวางไว้ ด้านในมีทั้งกำหนดการและแผนที่ประกอบการเดินทาง ทริป 2 วัน 1 คืน เริ่มจากสถานี Hakata ผ่านที่ราบของจังหวัด Saga และโบราณสถานสมัยยาโยอิ Yoshinogari Site รับประทานอาหารกลางวันบนรถไฟในระหว่างเส้นทางเลียบทะเล Ariake จนเข้าสู่เขตจังหวัด Nagasaki แวะพัก 2 โมงครึ่งให้ลงไปทัวร์ หรือจะพักผ่อนอยู่บนรถไฟก็ได้ จากนั้นก็วนกลับอีกฝั่งหนึ่งผ่านอ่าวโอมูระในช่วงที่พระอาทิตย์กำลังจะตกน้ำ แล้วก็รับประทานอาหารค่ำมื้อพิเศษที่ต้องแต่งเต็มยศ

Luxury Japan 19

 

วนกลับมาตัดจุดเดิมที่ Yoshinogari Site แล้วเปลี่ยนเส้นทางเข้าสู่จังหวัด Kumamoto เพื่อจอดนอนจนเกือบจะเช้าค่อยเคลื่อนขบวนต่อไปยังสถานี Aso จะเลือกลงไปเที่ยวทุ่งหญ้า Kusasenri หรือนอนขี้เกียจอยู่ในห้องก็แล้วแต่สะดวก อาหารเช้าจะเสิร์ฟที่ห้องอาหารในสถานีเลย จากนั้นก็วิ่งต่อไปยังสถานี Oita แวะให้ลงไปยืดแข้งยืดขาครึ่งชั่วโมง แล้วกลับมารับประทานอาหารเที่ยงบนรถไฟ ขณะที่มุ่งหน้าสู่ Yufuin เพื่อจอดให้ลงเที่ยวอีกเกือบ 2 ชั่วโมง ก่อนจะเข้าสู่ช่วงสุดท้ายของรายการเพื่อร่วมงานปาร์ตี้เล็กๆ จนกลับถึงสถานี Hakata ในเวลา 5 โมงครึ่ง ผมนั่งดูแผนการเดินทางอย่างคร่าวๆ เสร็จก็ได้เวลาเดินทางพอดี

09.59 น. รถไฟ Seven Stars ได้เวลาออกเดินทางจากสถานี Hakata  มีผู้คนมากมายคอยถ่ายภาพตั้งแต่รถไฟจอดนิ่งอยู่จนกระทั่งเคลื่อนขบวนไปแล้วก็ยังมีคนถ่ายภาพตามรายทางอยู่ตลอดเวลา สอบถามเจ้าหน้าที่ได้ความว่า ทาง Seven Stars มีแคมเปญพิเศษสำหรับผู้ชนะการประกวดถ่ายภาพรถไฟขบวนนี้ จะได้สิทธิในการร่วมขบวนรถไฟสุดหรูฟรี จึงไม่แปลกใจเลยว่าระยะเวลา 2 วัน 1 คืน ที่เดินทางจะรู้สึกเหมือนเป็นดาราตลอดเวลา เพราะไม่ว่าจะจอดอยู่กับที่หรือขณะรถกำลังวิ่ง สองข้างทางจะมีผู้คนคอยถ่ายภาพเสมอ จนไม่กล้าเปิดม่านหน้าต่างในระหว่างจอดพักตามสถานีรายทาง  พอรถไฟวิ่งไปได้สักพักเจ้าหน้าที่ก็เข้ามาแนะนำตัวและแนะนำบริการต่างๆ ให้เราทราบพร้อมให้การ์ดใบเล็กๆ ที่ระบุเวลาอาหารกลางวัน สถานที่และที่นั่งให้ทราบล่วงหน้า ผมเห็นยังพอมีเวลาเลยถือโอกาสเดินสำรวจให้ทั่วขบวนรถไฟ หัวขบวนวันนี้เป็นตู้หมายเลข 1 ซึ่งเป็นหนึ่งในสองของตู้บริการ ตู้แรกเป็น Lounge Car มีบาร์ Blue Moon ให้บริการอยู่ ถึงจะใช้ชื่อว่าบาร์และเลานจ์ แต่ก็ใช้งานได้อเนกประสงค์ อย่างเช่นเที่ยงวันนี้ผมก็ต้องมารับประทานอาหารกลางวันที่นี่ และที่ด้านหน้าสุดของตู้เป็นกระจกใสขนาดใหญ่ไว้ให้นั่งชมวิวแบบเต็มตา ช่วงที่ไม่ได้เสิร์ฟอาหารก็สามารถสั่งเครื่องดื่มและของว่างมานั่งชิมไปชมวิวกันไป ถ้าเป็นพวกซอฟต์ดริงก์หรือชากาแฟนี่ฟรีหมด จะเสียเงินก็เฉพาะเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ อีกฟากของเลานจ์มีเปียโนวางไว้ แต่ยังไม่มีใครมาบรรเลง ถามเจ้าหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์บริการเครื่องดื่มที่อยู่ด้านข้าง จึงทราบว่านักดนตรีจะบรรเลงช่วงอาหารค่ำและตอนดึกๆ

Luxury Japan 19

 

สำหรับตู้ที่ 2 เป็นตู้เสบียง Dinning Car “Jupiter” มีทั้งส่วนเตรียมอาหารที่เวลาพ่อครัวขึ้นมาก็จะปรุงอาหารที่ตู้นี้ มีที่นั่งสำหรับรับประทานข้าว มุมของที่ระลึกและมุมชงชา แต่ไม่มีบาร์เลานจ์เหมือนตู้แรก กิจกรรมส่วนใหญ่จึงมักจัดกันที่ตู้หนึ่ง เพราะพื้นที่ใช้สอยเยอะกว่าและทัศนียภาพดีกว่า ระหว่างที่สำรวจพื้นที่ต่างๆ อยู่นั้น ผมก็สังเกตเห็นว่า ในแทบจะทุกจุดของรถไฟขบวนนี้มีแต่ดาวครับ ตั้งแต่ตัวรถ บนเพดาน โคมไฟ ประตู หน้าต่าง มองไปทางไหนต้องเจอดาวให้เห็นอยู่แทบจะทุกตำแหน่ง ทางเจ้าหน้าที่บอกว่านี่เป็นคอนเซ็ปต์หนึ่งของรถไฟขบวนนี้ ที่จะทำให้ลูกค้าทุกคนมีความรู้สึกว่ากำลังเดินทางท่องเที่ยวอยู่ท่ามกลางหมู่ดาว ว่าแล้วก็พาผมไปดูบรรดานอตตามที่ต่างๆ พร้อมบอกอย่างภาคภูมิใจว่าแม้แต่นอตของรถไฟขบวนนี้ยังต้องสั่งทำพิเศษ ร่องบากตรงหัวนอตก็เป็นรูปดาวเหมือนกัน เพื่อให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ แต่บังเอิญว่าตาผมมันซุกซนผิดปกติ ไปเจออยู่ตำแหน่งหนึ่งที่เปิดออกมาแล้วปรากฏว่าเป็นหัวนอตธรรมดา เลยขำกันใหญ่ว่าไม่น่าคุยให้ฟังเลย ผมจึงบอกกับเจ้าหน้าที่ว่านี่อาจจะเป็นตำหนิที่คนออกแบบอยากใส่เผื่อไว้กันคนลอกเลียนแบบก็ได้ ถ้าใครมีโอกาสไปขึ้นรถไฟ Seven Stars ลองมองหานอตชุดนี้ดูนะครับ ผมว่าน่าจะคล้ายๆ กับในดิสนีย์แลนด์ที่เขาแอบใส่สัญลักษณ์มิกกี้เมาส์แอบแฝงไว้ตามที่ต่างๆ แล้วก็มีคนไปตามหาถ่ายรูปมาโชว์กันนั่นแหละครับ

Luxury Japan 19

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท