posttoday
ความเชื่อมั่นโลกดิ่งเหว เอกชนไม่จ้างงาน-งดขยายธุรกิจ

ความเชื่อมั่นโลกดิ่งเหว เอกชนไม่จ้างงาน-งดขยายธุรกิจ

25 พฤศจิกายน 2557

เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเสี่ยงมากยิ่งขึ้นหลังจากที่ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจทั่วโลกดิ่งเหวแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปี หลังจากที่บริษัทเอกชนทั่วโลกมีการจ้างงาน และการลงทุนใหม่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2008 เป็นต้นมา

เศรษฐกิจโลกเข้าสู่ภาวะเสี่ยงมากยิ่งขึ้นหลังจากที่ความเชื่อมั่นภาคธุรกิจทั่วโลกดิ่งเหวแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปี หลังจากที่บริษัทเอกชนทั่วโลกมีการจ้างงาน และการลงทุนใหม่ในระดับต่ำที่สุดนับตั้งแต่วิกฤตเศรษฐกิจโลกเมื่อปี 2008 เป็นต้นมา

มาร์กิต บริษัทวิจัยการตลาดเปิดเผยรายงานการสำรวจภาพรวมธุรกิจโลกปรากฏว่าบริษัทเอกชนที่คาดการณ์ว่ากิจกรรมทางธุรกิจของบริษัทในช่วง 1 ปีนี้จะเพิ่มขึ้นนั้นมีอยู่มากกว่าบริษัทที่คิดว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจจะลดลงที่ 28% เท่านั้นเอง ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่น้อยกว่าเมื่อครั้งการสำรวจในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา ซึ่งในครั้งนั้นความต่างของบริษัททั้งสองกลุ่มอยู่ที่ 39%

รายงานดังกล่าวซึ่งทำการสำรวจปีละ 3 ครั้ง ได้ทำการสำรวจบริษัทภาคการผลิต และบริการทั่วโลกถึง 6,100 แห่งทีเดียว ซึ่งเป็นที่แน่ชัดว่าบริษัทที่เริ่มเห็นอนาคตที่สดใสขึ้นนั้นเริ่มลดจำนวนลง

“เมฆดำกำลังก่อตัวขึ้นเหนือภาพรวมของเศรษฐกิจโลก ทำให้เห็นเป็นภาพที่มืดมิดมากที่สุดนับตั้งวิกฤตการเงินโลกเป็นต้นมา” คริส วิลเลียมสัน หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ของมาร์กิต กล่าว

ในกลุ่มบริษัทภาคการผลิตนั้นจากการสำรวจยังพบว่าบริษัทเหล่านี้ยังมีความเชื่อมั่นที่ตกต่ำที่สุดนับตั้งแต่ช่วงกลางปี 2013 อีกด้วย ขณะที่บริษัทในกลุ่มภาคบริการนั้นความเชื่อมั่นยิ่งลดต่ำลงมากกว่าด้วยซ้ำ โดยแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีทีเดียว

ทั้งนี้ ผลสำรวจยังระบุด้วยว่า ความตั้งใจที่จะจ้างงานเพิ่มของบริษัทเอกชนทั่วโลกยังดิ่งเหวแตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่เดือน มิ.ย.ปีที่แล้ว ซึ่งรวมถึงในสหรัฐ ญี่ปุ่น อังกฤษ ยูโรโซน รัสเซีย และบราซิล โดยประเทศในกลุ่มยูโรโซนที่มีความต้องการจ้างงานต่ำที่สุดคือฝรั่งเศส

ขณะที่ความตั้งใจที่จะลงทุนเพิ่มของบริษัทเอกชนในเขตเศรษฐกิจหลักๆ ของโลกนั้นก็แตะจุดต่ำสุดนับตั้งแต่ยุคหลังวิกฤตเศรษฐกิจเป็นต้นมาเช่นกัน

ผลการสำรวจครั้งนี้ของมาร์กิต ยังแสดงให้เห็นถึงความวิตกกังวลต่างๆ ของเหล่าบริษัทเอกชนทั่วโลกต่อภาพรวมของเศรษฐกิจโลกในปีหน้าด้วย ซึ่งรวมถึงบรรยากาศทางเศรษฐกิจโลกที่ย่ำแย่ลง ไปจนถึงการคาดการณ์ว่าอัตราดอกเบี้ยในหลายประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐและอังกฤษจะปรับตัวขึ้นในปีหน้า นอกเหนือจากปัญหาทางภูมิรัฐศาสตร์ของโลกที่กำลังบั่นทอนบรรยากาศการลงทุนอย่างรุนแรงไม่ว่าจะเป็นวิกฤตในยูเครนและตะวันออกกลาง

“การดิ่งเหวของบรรยากาศทางธุรกิจและแผนการขยายธุรกิจของภาคเอกชนในสหรัฐนั้นถือว่าแตะจุดต่ำสุดในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าเป็นสิ่งที่น่าวิตกกังวลมากที่สุด ดังนั้นอาจจะเห็นได้ว่าเศรษฐกิจสหรัฐได้ผ่านจุดพีกมาแล้วในช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา และจะชะลอตัวลงเรื่อยๆ หลังจากนี้ไป” วิลเลียมสัน กล่าว

ขณะที่สถานการณ์ของกลุ่มยูโรโซนนั้น วิลเลียมสัน ชี้ว่าก็ยังไม่ปรากฏสัญญาณที่เด่นชัดนักว่าความป่วยไข้ของเศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนจะสิ้นสุดลงในเร็วๆ นี้ หลังจากที่ภาคเอกชนที่มองสถานการณ์ในทิศทางบวกนั้นมีจำนวนลดลงเรื่อยๆ

ขณะที่ในญี่ปุ่นนั้นสถานการณ์ก็ไม่สู้ดีนัก โดยบริษัทเอกชนแดนอาทิตย์อุทัยที่ยังมองโลกในแง่ดีนั้นก็ยังมีจำนวนลดลงต่อเนื่อง และถือว่าสถานการณ์ย่ำแย่กว่าในสหรัฐ อังกฤษและในกลุ่มยูโรโซนเสียอีก

ทั้งนี้ เมื่อเดือน ต.ค.ที่ผ่านมา กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ได้ออกโรงเตือนให้ประเทศสมาชิกเร่งออกมาตรการที่ชัดเจนมากกว่านี้ เพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกอีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับเรียกร้องให้รัฐบาลทั่วโลกไม่เพียงแต่กระตุ้นให้เกิดการเติบโตขึ้นอีกครั้ง แต่ในขณะเดียวกันก็จำเป็นที่จะต้องควบคุมงบประมาณให้อยู่ในภาวะสมดุลด้วย

ไอเอ็มเอฟ ระบุว่า ในขณะที่เศรษฐกิจญี่ปุ่นยังคงตกอยู่ในสภาวะลำบาก เศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซนเองก็เสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง ส่วนเศรษฐกิจสหรัฐก็อ่อนแอก็เกินไปที่จะสร้างรายได้ขึ้นอย่างเพียงพอ
ดังนั้นจึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่โลกจะต้องเน้นหนักไปที่การสร้างการเติบโตของเศรษฐกิจโลกเป็นหลัก

“หลายประเทศกำลังเผชิญหน้ากับการเติบโตที่เชื่องช้า หรือกำลังเผชิญหน้ากับการคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจจะเชื่องช้าลง ซึ่งอัตราการว่างงานยังคงอยู่ในระดับสูงอย่างที่ไม่อาจจะยอมรับได้” ไอเอ็มเอฟ ระบุ

ในครั้งนั้นไอเอ็มเอฟได้ตัดลดแนวโน้มการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปี 2014 นี้ ลงมาอยู่ที่ 3.3% จากเดิมที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 3.4% ด้วย แม้ว่าธนาคารกลางหลายประเทศจะใช้นโยบายอัดฉีดสภาพคล่องเข้าสู่ระบบการเงินเป็นระยะๆ ก็ตาม

ไอเอ็มเอฟ แนะว่ารัฐบาลประเทศต่างๆ จำเป็นที่จะต้องเร่งปฏิรูปการเมืองอย่างจริงจัง ไปจนถึงปฏิรูปตลาดแรงงาน และระบบประกันสังคมเพื่อเปิดโอกาสให้เงินจากภาครัฐถูกใช้ เพื่อการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานได้สะดวกขึ้น ซึ่งจะเป็นการสร้างงานและกระตุ้นให้เกิดการเติบโตไปอีกทางหนึ่งด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท