posttoday
เพราะความหวานเป็นเหตุ

เพราะความหวานเป็นเหตุ

23 พฤศจิกายน 2557

ในบรรดาโรคภัยไข้เจ็บที่มาพร้อมกับความเจริญก้าวหน้าทางวัตถุที่เกิดขึ้นกับชาวจีน “เบาหวาน”

ถือเป็นโรคยอดนิยมที่ไม่หยิบยกมาพูดถึงไม่ได้ เพราะนับวันผู้ป่วยโรคเบาหวานของสังคมที่เศรษฐกิจกำลังเฟื่องฟูแห่งนี้จะเพิ่มจำนวนขึ้นอย่างต่อเนื่อง และคร่าชีวิตผู้คนจำนวนไม่น้อย ที่น่าตกใจไปกว่านั้นก็คือ ประเทศจีนกลายเป็นประเทศที่มีผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดีเท่าใดนัก

ย้อนกลับไปในช่วง 30 กว่าปีก่อน ประเทศจีนยังอยู่ในสภาวะที่เศรษฐกิจไม่ค่อยได้รับการพัฒนา ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนก็ไม่ได้อยู่ดีกินดีเฉกเช่นทุกวันนี้ ยุคนั้น ชาวจีนที่ป่วยด้วยโรคเบาหวานมีเพียงไม่ถึงร้อยละ 1 แต่หลังจากที่เวลาผ่านไปราว 30 กว่าปี ยอดผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวเพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 11.6 หรือประมาณร้อยกว่าล้านคนเศษ ถือเป็นตัวเลขที่ไม่ควรนิ่งนอนใจ นี่ยังไม่นับรวมถึงผู้ที่มีแนวโน้มจะป่วยเป็นโรคดังกล่าวอีกร้อยละ 50 จึงกลายเป็นที่มาของการก้าวสู่ประทศที่มีผู้ป่วยด้วยโรคเบาหวานมากที่สุดของโลกในขณะนี้ เรียกว่า ประชากรโลกทุกๆ 3 คนที่ป่วยด้วยโรคดังกล่าว จะมีชาวจีนอยู่ 1 คน

ตัวเลขล่าสุดเกี่ยวกับผู้ป่วยโรคเบาหวานของจีนที่องค์การอนามัยโลกประกาศไว้สร้างความวิตกกังวลให้แก่วงการแพทย์จีนอย่างมาก เพราะกว่าร้อยละ 80 ของผู้เสียชีวิตชาวจีนนั้นป่วยด้วยโรคเรื้อรัง ซึ่งมีโรคเบาหวานเป็นหลัก ในแต่ละวัน สถานพยาบาลหลายแห่งต้องรองรับผู้ป่วยโรคเบาหวานจำนวนหลายร้อยคน หากไม่มีการควบคุม ผู้ป่วยด้วยโรคดังกล่าวจะเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว

เพราะความหวานเป็นเหตุ

 

สำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานในประเทศที่พัฒนาแล้วอย่างสหรัฐอเมริกานั้น โดยมากมักมีฐานะยากจน แตกต่างจากประเทศจีนที่มักเป็นคนมีฐานะ ที่เป็นเช่นนี้เพราะชาวอเมริกันที่มีฐานะ มักใส่ใจในเรื่องสุขภาพ ระมัดระวังในเรื่องการทานอาหารและออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ห่างไกลจากโรคดังกล่าว ส่วนผู้ที่มีฐานะยากจน มักทานอาหารราคาถูกที่อุดมไปด้วยไขมันและน้ำตาล ไม่มีเงินเพียงพอที่จะเข้าฟิตเนส โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ โรคเบาหวาน ฯลฯ จึงมักถามหาคนกลุ่มนี้

ขณะที่ชีวิตความเป็นอยู่ของบรรดาผู้มีฐานะชาวจีน มักมีส่วนสัมพันธ์กับการป่วยด้วยโรคดังกล่าวอย่างมาก กล่าวคือ คนกลุ่มนี้ไม่ค่อยใส่ใจในเรื่องสุขภาพเท่าที่ควร ทานอาหารตามใจปาก กิจวัตรประจำวันก็ไม่ค่อยได้เคลื่อนไหว พึ่งพาสิ่งอำนวยความสะดวกนานารูปแบบ โรคภัยต่างๆ จึงถามหา โดยเฉพาะโรคเบาหวานซึ่งเกิดขึ้นจากรูปแบบการดำเนินชีวิต อาหารการกินที่ไม่ถูกสุขลักษณะ

สังเกตได้จากอาหารที่วางขายกันตามท้องตลาด ประกอบด้วยประเภทที่อุดมไปด้วยน้ำตาล ไขมัน ซึ่งมักเกิดกับผู้คนที่อาศัยตามเมืองใหญ่ การที่ผู้คนหลุดพ้นจากชีวิตที่อดมื้อกินมื้อ เข้าสู่ยุคที่อุดมไปด้วยอาหารการกินหลากหลายชนิดให้เลือกสรรในเวลาเพียงไม่กี่สิบปีที่ผ่านมา กลับเป็นการนำภัยมาสู่สุขภาพของชาวจีนยุคนี้ อาจกล่าวได้ว่าโรคเบาหวานถือเป็นผลพวงหนึ่งของชีวิตที่สุขสบายของคนยุคใหม่ และกำลังแผ่ขยายไปสู่ประชากรที่อาศัยอยู่ตามชนบท ซึ่งเริ่มมีอาหารการกินที่อุดมสมบูรณ์ขึ้น สิ่งอำนวยความสะดวกเข้าถึง รูปแบบการดำเนินชีวิตเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม อัตราการป่วยด้วยโรคเบาหวานของชาวชนบทจึงมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้นตามมา

เพราะความหวานเป็นเหตุ

 

หลายคนมักเข้าใจว่าโรคดังกล่าวมักเกิดขึ้นกับผู้ที่มีอายุ 40 ปีขึ้นไป หรือผู้ที่เข้าสู่วัยชรา หรือไม่ก็เป็นการถ่ายทอดทางพันธุกรรม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วยโรคเบาหวานในสังคมจีนยุคใหม่ก็คือ ผู้ป่วยวัยเด็กที่มักมีอายุไม่ถึง 10 ขวบ ยิ่งเด็กที่มีวัยต่ำกว่า 4 ขวบ มีอัตราการป่วยด้วยโรคดังกล่าวมากถึงร้อยละ 22 อาการที่เกิดขึ้นกับเด็กก็ไม่แตกต่างจากผู้ป่วยวัยอื่นๆ นั่นคือกระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย ทานอาหารปริมาณมาก ร่างกายผ่ายผอม ซึ่งหากเกิดขึ้นกับผู้ใหญ่ ก็สามารถสันนิษฐานว่าอาจป่วยเป็นโรคเบาหวาน แต่เด็กๆ ยังไม่มีความสามารถในการแยกแยะอาการเหล่านี้ได้อย่างชัดเจน

ด้วยความที่เป็นวัยแห่งความซุกซน มักเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา กลับบ้านด้วยสภาพที่เหงื่อเปียกโชกไปทั้งตัว พอถึงบ้านก็กระหายน้ำ ปัสสาวะบ่อย ทานเยอะ แต่ก็ไม่ได้เป็นเรื่องแปลกอะไร เพราะผู้ใหญ่มักคิดว่าเป็นวัยแห่งการเจริญเติบโต เป็นเหตุให้เด็กหลายคนกลายเป็นผู้ป่วยโรคเบาหวานที่ไม่ได้รับการปรับเปลี่ยนด้านโภชนาการทางอาหาร

ตลอดระยะเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมา โรคเบาหวานมักไม่ได้เป็นที่น่าสนใจของผู้คนในสังคมเท่าใดนัก เพราะมองว่าเป็นโรคเรื้อรังที่ไม่สามารถรักษาให้หายได้ อันที่จริงโรคดังกล่าวถือเป็นบ่อเกิดของนานาโรคภัย หากป่วยเป็นโรคดังกล่าวต้องใช้เวลานานในการรักษา จึงควรหลีกเลี่ยงจากปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดโรค ถึงเวลาแล้วที่คนในสังคมควรตระหนักถึงภัยคุกคามที่เกิดขึ้นกับการป่วยเป็นโรคดังกล่าวกันอย่างจริงจัง

ข่าวล่าสุด

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล

อัยการติวเข้ม ก.ล.ต. ถอดบทเรียน STARK–MORE เทคนิคเบิกความ มัดจำเลยในชั้นศาล