posttoday
ไทยจัดถกภาษีรถยนต์เออีซี

ไทยจัดถกภาษีรถยนต์เออีซี

20 พฤศจิกายน 2557

สรรพสามิตจัดประชุมวิชาการภาษีรถยนต์ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ไทยเริ่มใช้โครงสร้างภาษีรถนต์ใหม่ 1 ม.ค. 2559

สรรพสามิตจัดประชุมวิชาการภาษีรถยนต์ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน ไทยเริ่มใช้โครงสร้างภาษีรถนต์ใหม่ 1 ม.ค. 2559 

นายสรร  วิเทศพงษ์  เลขานุการ รมว.คลัง  เป็นประธานในพิธีเปิดการประชุม The Director – General Meeting of ASEAN Member Countries on Automobile Taxation ซึ่งกรมสรรพสามิตเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างวันที่ 20 – 21 พ.ย. 2557 

นายสรร กล่าวว่า สินค้ารถยนต์เป็นสินค้าหลักที่กระทรวงการคลังจัดเก็บรายได้ภาษีสรรพสามิต  โดยในปีงบประมาณ 2557 จัดเก็บได้ 9.3 หมื่นล้านบาท  ความร่วมมือด้านนโยบายภาษีสรรพสามิตโดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนจึงมีความสำคัญต่อการกำหนดทิศทางและนโยบายการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์ รวมถึงทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ

นายสมชาย  พูลสวัสดิ์ อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า การจัดประชุมดังกล่าว มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความร่วมมือด้านนโยบายภาษีสรรพสามิตโดยเฉพาะภาษีสรรพสามิตรถยนต์ในกลุ่มประเทศสมาชิกอาเซียน  รวมถึงเชิญผู้แทนส่วนราชการและองค์กรภาคเอกชนภายในประเทศที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมศุลกากร สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม สถาบันยานยนต์ กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย  เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้ด้วย

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวว่า นโยบายภาษีสรรพสามิตรถยนต์นอกจากจะส่งผลต่อราคาขายปลีกรถยนต์แล้ว ยังเป็นกลไกสำคัญในการกำหนดทิศทางของอุตสาหกรรมยานยนต์และพฤติกรรมของผู้บริโภคในการเลือกใช้รถยนต์ที่มีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยปัจจุบันการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตรถยนต์แบ่งเป็น 3 กลุ่มหลัก ได้แก่ การจัดเก็บภาษีตามความจุของกระบอกสูบ การจัดเก็บภาษีตามอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และการจัดเก็บภาษีตามอัตราการประหยัดพลังงาน

ที่ผ่านมาคณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2555 อนุมัติในหลักการการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ โดยพิจารณาจากอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2)แทนการจัดเก็บภาษีตามปริมาณความจุของกระบอกสูบ สาเหตุที่มีการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตตาม CO2 เนื่องจากมีความต้องการที่จะผลักดันให้เกิดการผลิตรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้ปริมาณการปล่อย CO2 ลดลง เพื่อเป็นการประหยัดพลังงานและลดปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอันเป็นสาเหตุสำคัญของสภาวะโลกร้อน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2559 เป็นต้นไป โดยมีวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้
 
1. การใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ 2. การเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม 3. ความปลอดภัยของรถยนต์ 4. การใช้พลังงานทดแทน 5. ประสิทธิภาพในการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์

นอกจากนี้ ปัจจุบันกรมสรรพสามิตอยู่ระหว่างการศึกษาแนวทางการปฏิรูปโครงสร้างภาษีสรรพสามิตของไทยโดยคำนวณอัตราภาษีสรรพสามิตจากฐานราคาขายปลีก (Retail Sales Price: RSP) แทนการคำนวณจากฐานราคาขาย ณ โรงอุตสาหกรรม (ex-factory) สำหรับสินค้าที่ผลิตภายในประเทศ และคำนวณตามฐานราคา C.I.F สำหรับสินค้านำเข้า เนื่องจากราคาขายปลีกเป็นราคาที่ผู้ประกอบการกำหนดขึ้นเองตามกลไกตลาด ซึ่งจะส่งผลให้เกิดความโปร่งใส เป็นธรรม และมีประสิทธิภาพในการบริหารงานด้านการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตโดยรวม

ทั้งนี้ การปฏิรูปโครงสร้างภาษีสรรพสามิตของไทยจะช่วยให้การเปิดเสรีทางการค้าของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนให้สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ และช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการอีกทางหนึ่งด้วย

ข่าวล่าสุด

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง

ตลาดหุ้นสหรัฐร่วงหนัก นักลงทุนกังวล AI-ราคาน้ำมันพุ่ง