
อาเซียนซัมมิตถก3ประเด็นร้อน
สกัดกลุ่ม‘ไอเอส’หนุนต้านเชื้ออีโบลาเร่งยุติพิพาทกับจีน
สกัดกลุ่ม‘ไอเอส’หนุนต้านเชื้ออีโบลาเร่งยุติพิพาทกับจีน
พม่าเปิดบ้านรับประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียน ต้อนรับ 2 ผู้นำใหม่ เร่งแก้ 3 ปัญหาสำคัญ
เกียวโดรายงานว่า ผู้นำของชาติ สมาชิกสมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (อาเซียน) เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำอาเซียนครั้งที่ 25 ที่กรุงเนย์ปิดอว์ของพม่า ซึ่งทั้ง 10 ชาติ สมาชิกได้เจรจาหารือเรื่องความท้าทายที่กำลังเผชิญหน้าอยู่ ได้แก่ ภัยจากกลุ่ม ติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอเอส) ไวรัสอีโบลา และข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ระหว่างจีนและหลายชาติสมาชิกอาเซียน
นอกจากนี้ ผู้เข้าร่วมประชุมมีวาระที่จะหารือถึงขั้นตอนในการเตรียมพร้อมเพื่อเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปีหน้า พร้อมถึงวิสัยทัศน์และการดำเนินงานเพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของสถาบันอาเซียนภายหลังจากปี 2015
ประธานาธิบดี เต็งเส่ง ของพม่า ยังได้ใช้โอกาสนี้ในการต้อนรับ 2 ผู้นำใหม่ของอาเซียน ซึ่งหมายถึงประธานาธิบดี โจโก วิโดโด แห่งอินโดนีเซีย และนายกรัฐมนตรี ประยุทธ์ จันทร์โอชา ของไทยอีกด้วย
“ผมมั่นใจเป็นอย่างยิ่งว่า ความเป็นผู้นำของท่านไม่เพียงแต่จะนำมาซึ่งความสงบ เสถียรภาพ และความเจริญมาให้กับประชาชนในชาติ แต่ยังช่วยเหลือการรวมตัวเป็นประชาคมอาเซียนด้วย” เต็งเส่ง กล่าว
หนึ่งในวาระการประชุมครั้งนี้ คือ การที่มีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นอาสาสมัครกับกลุ่มไอเอสและกลุ่มก่อการร้าย โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และประเทศที่ชาวมุสลิมอยู่มาก รวมถึงวิกฤตการแพร่ระบาดของไวรัสอีโบลาซึ่งร่างแถลงการณ์ประธานการประชุมระบุไว้ว่า สมาชิกจะให้ความสำคัญในการป้องกันปัญหาดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
ขณะเดียวกัน ปัญหาความขัดแย้งใหญ่ในอาเซียนอย่างข้อพิพาทด้านเขตแดนในทะเลจีนใต้ ที่ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างเวียดนาม ฟิลิปปินส์ กับจีนต้องสั่นคลอน ก็เป็นเรื่องที่ทุกฝ่ายต้องเร่งจัดการให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว
ด้าน นายกรัฐมนตรี ชินโสะ อาเบะ ของญี่ปุ่น ได้ร่วมมือกับสมาชิกอาเซียน ในการขยายขอบเขตจัดการปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งหมายรวมถึงการฟอกเงินและการก่อการร้าย พร้อมกับยืนยันว่าจะมุ่งหน้าเสริมความแข็งแกร่งหน่วยป้องกันชายฝั่งของอาเซียน ท่ามกลางเหตุโจรสลัดในทะเลจีนใต้ที่มากขึ้น
ทั้งนี้ นอกจากผู้นำของ 10 ชาติอาเซียนแล้ว ยังมีผู้นำเข้าร่วมการประชุมอีกรวม 18 คน เช่น ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ นายกรัฐมนตรี ดิมิทรี เมดเวเดฟ ของรัสเซีย และบันคีมุน เลขาธิการ สหประชาชาติ (ยูเอ็น)







