
เอเปกหนุนมังกรดันค้าเสรี
ยักษ์ใหญ่เอเชียสยายปีกครอบคลุมภูมิภาคเผย‘โอบามาปูติน’เปิดเวทีถกนอกรอบ
ยักษ์ใหญ่เอเชียสยายปีกครอบคลุมภูมิภาคเผย‘โอบามาปูติน’เปิดเวทีถกนอกรอบ
ผู้นำสมาชิกชาติเอเปกอนุมัติจัดตั้งเอฟทีเอเอพี ทำเนียบขาวเผยโอบามาเจรจาปูติน
เอพีรายงานว่า ผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจแห่งภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (เอเปก) ได้ให้การสนับสนุนการจัดตั้งเขตการค้าเสรีเอเชียแปซิฟิก (เอฟทีเอเอพี) ที่ประธานาธิบดี สีจิ้นผิง ของจีนพยายามผลักดัน ซึ่งจะทวีบทบาทของจีนในด้านการจัดการนโยบายการค้าในภูมิภาคนี้มากยิ่งขึ้น
ผู้นำแดนมังกรแถลงภายหลังการประชุมเอเปกในวันที่ 2 ว่าบรรดาผู้นำชาติสมาชิกอนุมัติแนวทางในการสนับสนุนและจัดตั้งเอฟทีเอเอพี โดยจะทำการศึกษาข้อเสนอเป็นเวลา 2 ปี ซึ่งถือเป็นขั้นตอนแรกก่อนจะมีการเปิดเสรีจริงในเวลาต่อไป
“นับเป็นก้าวสำคัญแห่งประวัติศาสตร์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่น และความมุ่งมั่นของสมาชิกเอเปกที่จะให้การสนับสนุนความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาค” ผู้นำจีนกล่าวพร้อมระบุว่า เสียงสนับสนุนในครั้งนี้ถือเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มดำเนินการเพื่อจัดตั้งเขตการค้าเสรีอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ ปฏิญญาร่วมของผู้นำทั้ง 21 ชาติสมาชิกยังระบุว่า ผู้เข้าร่วมประชุมเห็นพ้องให้เพิ่มความร่วมมือในการต่อสู้กับการทุจริต และเสริมสร้างการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานให้แข็งแกร่งเพื่อขยายการเติบโตของเศรษฐกิจในภูมิภาค
ทางด้านนักวิเคราะห์หลายฝ่ายมองว่าการผลักดันของจีนในครั้งนี้ ถือเป็นการคานอำนาจโครงการยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งเป็นความร่วมมือของ 12 ชาตินำโดยสหรัฐ ซึ่งทางการจีนไม่ได้รับเชิญให้เข้าร่วมทีพีพีแต่อย่างใด และจะส่งผลให้จีนสามารถแผ่ ขยายอิทธิพลในภูมิภาคได้มากขึ้น
ขณะเดียวกัน ด้านทำเนียบขาวของสหรัฐก็ได้เปิดเผยรายงานว่า ประธานาธิบดี บารัก โอบามา ของสหรัฐ และประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้พบกันนอกรอบประชุมถึง 3 ครั้ง ในวันที่ 11 พ.ย. เพื่อเจรจาเรื่องปัญหาในอิหร่าน ซีเรีย และยูเครน
เบอร์นาเดท มีฮาน โฆษกกระทรวงความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐระบุว่า ผู้นำของทั้งสองประเทศได้พูดคุยกันเป็นระยะเวลาสั้นๆ ราว 15-20 นาที
ทั้งนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างกรุงวอชิงตันและกรุงมอสโกในขณะนี้ถือว่าอยู่ในช่วงที่สั่นคลอนมากที่สุดนับตั้งแต่สงครามเย็น เนื่องจากสหรัฐทำการคว่ำบาตรรัสเซียภายหลังเหตุการณ์ผนวกไครเมีย และจุดยืนของรัสเซียที่ให้การสนับสนุนกลุ่มแบ่งแยกดินแดนในยูเครน







