
รีพับลิกันคว้าชัยเลือกตั้งเหตุ "มะกันชน" เคือง "โอบามา"
พรรครีพับลิกันสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาของสหรัฐไว้ได้ ในการเลือกตั้งกลางเทอม
โดย...ทีมข่าวต่างประเทศโพสต์ทูเดย์
พรรครีพับลิกันสามารถครองเสียงข้างมากในวุฒิสภาของสหรัฐไว้ได้ ในการเลือกตั้งกลางเทอม เมื่อวันที่ 4 พ.ย.ตามเวลาท้องถิ่น ส่งผลให้พรรครีพับลิกันกลับมาครองเสียงข้างมากในสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกตั้งแต่ปี 2006 ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลของประธานาธิบดี บารัก โอบามา ทำงานได้ยากขึ้น
พรรครีพับลิกันคว้าเก้าอี้ในวุฒิสภาเพิ่ม 7 ที่นั่ง เป็น 52 ที่นั่ง จากทั้งหมด 100 ที่นั่ง ขณะที่พรรคเดโมแครตไม่ได้รับที่นั่งเพิ่มเติมแต่อย่างใด ขณะเดียวกันพรรครีพับลิกันยังได้รับครองเสียงข้างมากในสภาผู้แทนราษฎร โดยได้รับที่นั่ง 243 ที่นั่ง ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนที่ได้รับเลือกในสมัยประธานาธิบดี แฮร์รี ทรูแมน เมื่อกว่า 60 ปีที่แล้ว
นอกจากรีพับลิกันมีคะแนนเหนือพรรคคู่แข่งอย่างเดโมแครตในรัฐที่เป็นฐานเสียงอย่าง อาร์คันซอ มอนทานา เซาท์ดาโคตา และเวสต์เวอร์จิเนีย แล้วรีพับลิกันยังเอาชนะเดโมแครตได้ในรัฐที่โอบามาเคยได้คะแนนนำในการเลือกตั้งประธานาธิบดี อันได้แก่ ไอโอวา โคโลราโด และนอร์ทแคโรไลนาอีกด้วย รวมถึงรัฐอิลลินอยส์ที่เป็นบ้านเกิดของโอบามาและเป็นฐานเสียงของเดโมแครตก็ตกอยู่ภายใต้การนำของผู้ว่าการจากรีพับลิกันเช่นกัน
“ผู้ลงคะแนนต้องการผู้นำคนใหม่ พวกเขาต้องการเหตุผลสำหรับการมีความหวัง” มิทช์ แมคคอนเนลล์ ผู้นำวุฒิสมาชิกจากพรรครีพับลิกัน กล่าว
ทั้งนี้ ความพ่ายแพ้ของพรรคเคโมแครตเป็นสิ่งสะท้อนความไม่พอใจของประชาชนเมืองลุงแซมต่อเศรษฐกิจที่ฟื้นฟูได้อย่างเชื่องช้า และการเข้าไปแทรกแซงกิจการในต่างประเทศ โดย 2 ใน 3 ของผู้ลงคะแนนแสดงความเห็นว่าวอชิงตันกำลังเดินดำเนินนโยบายผิดทาง
ด้านนักวิเคราะห์หลายสำนักระบุตรงกันว่า ชัยชนะในการกวาดที่นั่งในสภาคองเกรส จะเป็นการเพิ่มอิทธิพลทางการเมืองให้กับรีพับลิกันจากการเป็นผู้กำหนดทิศทางนโยบายสหรัฐในอีก 2 ปีข้างหน้า โดยคาดว่าพรรครีพับลิกันจะโจมตีเรื่องงบประมาณขาดดุล และกดดันให้สมาชิกพรรคเดโมแครตยอมรับการเปลี่ยนแปลงกฎหมายสุขภาพใหม่







