
'คัง' บนเก้าอี้นายกฯญี่ปุ่นกับความท้าทายรอบด้าน
โพสต์ทูเดย์
— นาโอโตะ คัง เจ้าของเก้าอี้นายกรัฐมนตรีคนใหม่แห่งดินแดนอาทิตย์อุทัย ไม่ใช่นักการเมืองหน้าใหม่ และไม่ใช่นักการเมืองประเภทเคลื่อนไหวอย่างเงียบกริบ แต่ในวงการเมืองญี่ปุ่นรู้จักคังเป็นอย่างดี ด้วยอุปนิสัยที่โผงผางและตรงไปตรงมาไม่ใช่เพียงทักษะในการโต้วาทะที่เป็นที่เลื่องลือจนนักการเมืองรายอื่นๆ ขยาดที่จะเผชิญหน้าแล้ว นาโอโตะ คัง ยังกล้าท้าชนกับบรรดาข้าราชการประจำที่ได้ชื่อว่าอนุรักษนิยมสุดขีด และมีอิทธิพลอย่างมากต่อการกำหนดนโยบายของประเทศ
ด้วยอุปนิสัยตรงไปตรงมาและกล้าได้กล้าเสียกว่า ยูคิโอะ ฮาโตยามา นายกรัฐมนตรีคนที่แล้วจากพรรคการเมืองเดียวกัน นาโอโตะ คัง จึงกลายเป็นความหวังของชาวญี่ปุ่นที่จะเข้ามากอบกู้สถานการณ์การเมืองที่เปราะบาง จากกระแสเรียกร้องให้สหรัฐถอนทัพออกจากฐานทัพบนเกาะโอกินาวา รวมถึงปัญหาเศรษฐกิจที่กำลังผลักดันให้ญี่ปุ่นต้องเดินมุ่งไปยังทางแพร่งสู่หุบเหว นั่นคือปัญหางบประมาณขาดดุลที่สูงที่สุดในโลก และแนวโน้มที่ญี่ปุ่นจะเผชิญกับภาวะเงินฝืด ภายหลังจากที่เพิ่งรอดพ้นจากภาวะเศรษฐกิจถดถอยมาได้ไม่นาน
ในด้านความเป็นส่วนตัว นาโอโตะ คัง นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของญี่ปุ่นวัย 63 ปี เคยเป็นนักเคลื่อนไหวฝ่ายซ้าย ต่อมากระโดดเข้าสู่ถนนการเมืองด้วยลีลาอภิปรายที่เผ็ดร้อน ทั้งยังเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการคำนวณ จนได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังในสมัยรัฐบาลฮาโตยามา
ด้วยอุปนิสัยที่ร้อนแรงจึงได้รับฉายาว่า
“อิระ คัง” ซึ่งหมายความว่า “คัง อารมณ์ร้อน” แต่ด้วยอารมณ์ร้อนแรงดังกล่าว ช่วยให้คังสามารถก้าวขึ้นมาอยู่บนแถวหน้าได้อย่างรวดเร็ว ด้วยการใช้ความตรงไปตรงมาในการตรวจสอบและโจมตีการทำงานที่ผิดพลาดของรัฐบาลที่มาจากพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้าม ดังเช่นเมื่อช่วงกลางทศวรรษที่ 90 คัง สามารถสร้างชื่อให้เป็นที่รู้จักกันในวงกว้างด้วยการเปิดโปงกรณีที่รัฐบาลสมัยนั้นเกี่ยวพันการผลิตภัณฑ์ที่ปนเปื้อนเชื้อ HIVด้วยท่าทีเชิงรุกนี่เองที่คัง ถูกวางตัวให้เป็นแกนนำของพรรคมาโดยตลอด แม้ว่าจะไม่ได้มาจากตระกูลการเมืองหลายชั่วคน เหมือนกับนักการเมืองส่วนใหญ่ของญี่ปุ่น รวมถึงยูคิโอะ ฮาโตยามา นายกรัฐมนตรีคนก่อนที่มาจากตระกูลการเมืองเช่นกัน คังเคยกล่าวถึงการกระโดดเข้าสู่วงการการเมืองโดยปราศจากเบื้องหลังแข็งแกร่งเหมือนคนอื่นๆ ว่าเป็นผลมาจากไม่สามารถนำวิชาความรู้ด้านการคำนวณและสิ่งประดิษฐ์ทางวิทยาศาสตร์ที่ร่ำเรียนมาเพื่อใช้หาเงินได้
“
หากเป็นตามที่วางไว้ ผมคงกลายเป็นคนที่รวยเอามากๆ ถึงจะไม่รวยเท่ากับบิล เกตส์ก็ตาม ที่ผมมาเป็นนักการเมือง ก็เพราะไม่มีใครยอมเสียเงินซื้อสิ่งประดิษฐ์ของผม” คัง กล่าวอย่างไรก็ตาม การก้าวสู่จุดสูงสุดบนเส้นทางการเมืองไม่ใช่เรื่องบังเอิญ และหลังจากรับตำแหน่งผู้นำรัฐบาลแล้ว คังมีภารกิจที่หนักหนาสาหัสรอคอยอยู่มากมาย ซึ่งล้วนแต่เป็นปัญหาที่เคยทำให้นายกรัฐมนตรีไม่ต่ำกว่า 5 คน ต้องกระเด็นออกจากตำแหน่งมาแล้ว นั่นคือปัญหาเรื่องการถ่วงดุลทางการเมือง และปัญหาเศรษฐกิจ
ในส่วนของปัญหาการเมืองนั้น ฮาโตยามา นายกรัฐมนตรีคนที่แล้วต้องหลุดจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่สามารถหาทางออกให้กับปัญหาการต่อต้านฐานทัพสหรัฐบนเกาะโอกินาวา ขณะที่คังพยายามปิดรอยรั่วของเรื่องนี้ด้วยการต่อสายถึงประธานาธิบดี บารัก โอบามา แทบจะในทันทีที่ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นคนใหม่ และคล้อยหลังจากนั้นไม่นานทางทำเนียบขาวยืนยันว่า คังและโอบามา ได้ย้ำถึงฐานะพันธมิตรระหว่างสองประเทศ ซึ่งหมายความว่าปัญหาฐานทัพที่โอกินาวาอาจจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่ในขณะนี้
แต่ปัญหาใหญ่ไม่ได้อยู่ที่ระดับความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเท่านั้น แต่รวมถึงการงัดคานอัดอำนาจระหว่างกลุ่มอำนาจในพรรคประชาธิปไตยญี่ปุ่น (ดีพีเจ) ระหว่างกลุ่มของคัง กับกลุ่มของอิชิโร โอซาวา รองหัวหน้าพรรค ซึ่งมีอิทธิพลสูงมากถึงขั้นได้รับฉายาว่า เป็น King Maker หรือผู้มีบารมีถึงขั้นกำหนดตัวหัวหน้าพรรคได้ ทว่าโอซาวาผู้นี้มีข่าวคราวอื้อฉาวหลายกรณี จนคังไม่ไว้ใจที่จะมอบหน้าที่สำคัญให้ ขณะที่อีกฝ่ายมักวิพากษ์วิจารณ์คังเช่นกัน ภาวการณ์เช่นนี้สุ่มเสี่ยงที่คังอาจอยู่ในตำแหน่งได้ไม่นาน เหมือนนายกรัฐมนตรีรายที่ผ่านๆ มา
อีกหนึ่งปัญหาใหญ่ในขณะนี้ คือ ภาวะเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหางบประมาณขาดดุลมหาศาล ซึ่งญี่ปุ่นเริ่มที่จะกังวลในเรื่องนี้ หลังจากมองเห็นเค้าลางหายนะจากวิกฤตหนี้ในยุโรป โดยนาโอโตะ คัง เองมีเจตนารมณ์ที่จะจัดระเบียบงบประมาณมาตั้งแต่เมื่อครั้งนั่งเก้าอี้ขุนคลัง และต่อมาเมื่อมีโอกาสแต่งตั้งขุนคลังคนใหม่ ก็ได้เลือกโยชิฮิโกะ โนดะ ให้มาคุมงบประมาณของประเทศ ด้วยเหตุที่โนดะคล้อยตามนโยบายรัดเข็มขัดงบประมาณของคังอยู่ก่อนแล้ว
ความท้าทายที่กำลังรอ นาโอโตะ คัง จะเลวร้ายและรุนแรงกว่ายูคิโอะ ฮาโตยามา หรือไม่ ในอีกไม่นานชาวโลกจะได้รับทราบกัน







