posttoday
Luxury Japan 13

Luxury Japan 13

26 ตุลาคม 2557

ผมเดินทางถึงสนามบินฟูกุโอกะก่อน 8 แปดโมงเช้าเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จากบริษัท JTB มารอรับผม

ผมเดินทางถึงสนามบินฟูกุโอกะก่อน 8 แปดโมงเช้าเล็กน้อย เจ้าหน้าที่จากบริษัท JTB มารอรับผมเพื่อไปยังอาคารผู้โดยสารในประเทศที่อยู่ห่างไปไม่ไกล ผมไปถึงก่อนคณะใหญ่ประมาณ 15 นาที เลยเดินสำรวจดูอะไรเล่นฆ่าเวลา จนคณะใหญ่มากันพร้อมแล้วจึงเช็กอินต่อไปยังเมือง Miyazaki เกาะคิวชูนั้นประกอบไปด้วย 7 จังหวัด คือ Fukuoka, Oita, Miyazaki, Kagoshima, Kumamoto, Nagasaki และ Saga ในบรรดาทั้งเจ็ดจังหวัด มิยาซากิเป็นจังหวัดที่คนไทยไปเที่ยวน้อยที่สุด เพราะอย่างแรกรถไฟชิงกังเซนไปไม่ถึง และสองทางด่วนที่เชื่อมจากจังหวัดโออิตะไปยังจังหวัดมิยาซากิจะเสร็จสมบูรณ์ปีหน้า ทำให้การเดินทางโดยรถบัสใช้เวลามาก และที่สำคัญคือจังหวัดมิยาซากิเป็นจังหวัดที่เข้ามาโปรโมทในเมืองไทยน้อยที่สุด จึงทำให้คนไทยไม่ค่อยบรรจุมิยาซากิไว้ในแผนการเดินทาง ทั้งๆ ที่จังหวัดนี้มีของดีอยู่ไม่น้อย เช่น เกาะอาโอะ (Aoshima) ศาลเจ้าอุโดะ (Udo Shrine) หมู่บ้านซามูไร Obi Castle Town และมะม่วง Taiyo no Tamago ลูกกลมโตหวานอร่อย อันนี้ต้องขอยกความดีความชอบให้คุณ Hideo Higashikokubaru

อดีตนักแสดงตลกจากรายการ Takeshi’s Castle ที่โด่งดังมากในอดีต คุณฮิเดโอะได้ลงสมัครเป็นผู้ว่าราชการจังหวัดมิยาซากิ และได้รับเลือกให้เข้าไปบริหารงานในปี 2007-2011 ความที่เป็นคนในแวดวงบันเทิงมาก่อน จึงได้รับเชิญไปสัมภาษณ์ออกรายการทีวีเยอะมาก ทีนี้เวลาแกไปออกรายการที่ไหนก็จะเอามะม่วงติดไปในรายการด้วย เป็นการโปรโมทสินค้าท้องถิ่นไปในตัว

Luxury Japan 13

 

รอบนี้ถือว่าโชคดีมากที่ทาง JR Kyushu พาเราไปเที่ยวชมเกาะอาโอะและหมู่บ้านซามูไรโอบิ แต่ในความโชคดีก็มีโชคร้ายแฝงอยู่เล็กน้อย เพราะหลังจากเครื่องลงแล้ว เราก็เดินทางไปยังเกาะอาโอะเพื่อชมความมหัศจรรย์ของธรรมชาติที่เกิดจากคลื่นซัดจนกลายเป็นแนวหินรูปร่างแปลกตา และเกิดเป็นตำนานประมาณว่ายักษ์มาใช้หินแถวนี้เป็นที่ซักผ้าจนเป็นแนวหินประหลาดเรียกว่า Oni no Sentakuita แต่ระหว่างทางที่เดินจากที่จอดรถไปยังสะพานที่เชื่อมไปยังเกาะ ปรากฏว่าฝนตกลงมาแบบไม่ลืมหูลืมตา พวกเราชาวไทย 3 คน มัวแต่ถ่ายรูปรั้งท้ายสุดยังอยู่ตรงแค่กลางสะพาน ผมเป็นคนเดียวที่ไม่ได้พกร่มไปเลยเปียกมะลอกมะแลกเหมือนลูกหมาตกน้ำ ไม่มีส่วนใดในร่างกายที่ไม่เปียกเลย จนในที่สุดต้องตัดสินใจเดินตากฝนกลับรถ โชคดีที่ผมเพิ่งมาจากเมืองไทย กระเป๋าใบใหญ่ยังอยู่กับตัว เลยหยิบชุดใหม่มาเปลี่ยนได้ทันที ในขณะที่ท่านอื่นๆ ต้องปล่อยแห้งคาตัว แต่ที่ติดขัดที่สุดคือรองเท้า เพราะฝนตกๆ หยุดๆ สลับกัน จะหยิบอีกคู่มาใส่ก็กลัวเปียกอีก บังเอิญว่าแถวนี้บรรยากาศเหมือนหาดชะอำ มีร้านขายของที่ระลึกและขายอุปกรณ์เล่นน้ำจำพวกห่วงยาง กางเกงเล่นน้ำ และก็มีรองเท้าแตะด้วย เลยสอยมาใส่แก้ขัดไปตลอดวัน มองดูสารรูปตัวเองแล้วก็ต้องรีบขอโทษเจ้าหน้าที่ที่เราแต่งตัวไม่สุภาพ เสื้อยืด กางเกงขายาวแต่พับขา แถมคีบอีแตะอีกต่างหาก ทางผู้จัดก็แสนจะมีน้ำใจ บอกไม่เป็นไรเพราะเขาก็มีส่วนผิดที่ไม่เตรียมทุกอย่างให้พร้อมในกรณีแบบนี้ เลยได้โอกาสแต่งตัวลำลองมากๆ ก่อนที่จะต้องแต่งชุดใหญ่ขึ้นรถไฟเจ็ดดาวในอีก 2 วันถัดไป

Luxury Japan 13

 

จากเกาะอาโอะเราเดินทางต่อไปยังหมู่บ้านซามูไร Obi Castle Town เพื่อไปรับประทานอาหารกลางวัน มื้อแรกเป็นอาหารชุด (Teishoku) มีสารพัดอย่างเสิร์ฟมาให้ทาน แต่ที่อร่อยที่สุดคือมะเขือย่างราดมิโสะหวานและปลาย่าง อีกอย่างที่มาแถวนี้แล้วห้ามพลาดเลยก็คือ Obi Ten ลูกชิ้นปลาที่ทำจากเนื้อปลาทาบิอุโอะบดกับเต้าหู้แล้วนำมาทอด ปลาทาบิอุโอะที่เราเรียกกันว่าปลานกกระจอก หรือปลาบิน (Flying Fish) นั่นเอง ท่านผู้อ่านเวลาไปร้านซูชิแล้วสั่งหน้าไข่กุ้งทาน จริงๆ แล้วมันก็คือไข่ปลาโทบิอุโอะ หรือปลาบินนี่แหละครับ เนื้ออร่อยนิยมนำมาทำซาชิมิกัน เวลาเสิร์ฟก็แล่เนื้อมาพร้อมตัวจัดวางมาอย่างสวยงาม ทานเสร็จก็ไปเดินชมสวนเสียหน่อย ร้านอาหารแห่งนี้ใช้บ้านซามูไรหลังหนึ่งมาดัดแปลง โดยยังคงสภาพดั้งเดิมไว้เกือบทั้งหมด ให้บรรยากาศเหมือนทานข้าวอยู่ในบ้านจริงๆ

Luxury Japan 13

 

อิ่มอร่อยแล้วก็ได้เวลาเดินชมเมือง เจ้าหน้าที่นำเราไปยังศูนย์นักท่องเที่ยวเพื่อแนะนำแผนที่ที่มีประโยชน์มาก คือ นอกจากจะบอกเส้นทางให้ดูและเข้าใจง่าย เพราะอาคารที่อนุรักษ์ไว้ทุกหลังจะมีหมายเลขกำกับทั้งที่บริเวณหน้าทางเข้าอาคาร และตรงกันกับหมายเลขในแผนที่ นอกจากนี้ยังมีคูปองมากมายใช้เป็นส่วนลดหรือรับของแจกของที่เที่ยวต่างๆ ในหมู่บ้านอีกด้วย อาคารสำคัญๆ ที่ควรไปชมก็มี Obi Clan Historicle Museum ที่รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของซามูไรตระกูล Shimazu และตระกูล Ito ซึ่งตั้งอยู่บนพื้นที่ของปราสาทโอบิ ระหว่างทางขึ้นจะมีต้นสน 4 ต้น ที่บังเอิญขึ้นในตำแหน่งที่มีระยะห่างพอเหมาะพอควรดูเห็นเป็นจัตุรัส คนญี่ปุ่นเรียกตรงนี้ว่า ShiawaseSugi หรือต้นสนแห่งความสุข เป็นหนึ่งใน Power Spot ที่ควรไปเยี่ยมเยียนสักครั้ง พอเลยขึ้นไปหน่อยก็เป็นส่วนของปราสาทเดิม มีที่ซุ่มยิงเรียงรายตลอดทาง ซึ่งเป็นแนวซุ่มยิงที่ออกแบบมาให้สามารถนั่งยิงได้อย่างสะดวก เนื่องจากกำแพงปราสาทไม่ได้สูงมาก ถ้ายืนยิงก็จะเป็นเป้านิ่งให้ข้าศึกได้ ไกด์ท้องถิ่นที่ดูแลคณะเรามีความรู้ดีมาก อธิบายได้ชัดจนเห็นภาพ อย่างกำแพงปราสาทจะต้องมีรูเล็กๆ ไว้ให้น้ำไหลออกมาเวลาฝนตก เป็นต้น

เราเดินเล่นกันพอได้ไอเดียแล้วก็ได้เวลาเข้าที่พัก คืนนี้จะเป็นที่พักที่ทางรถไฟ Seven Stars เขาจองไว้สำหรับลูกค้าทริป 4 วัน 3 คืน โดยจะมีเบรกมานอนเรียวกัง 1 คืน ในเมือง Kirishima จะชื่อเสียงเรียงนามอย่างไร ดีขนาดไหน สัปดาห์หน้ามาต่อกันครับ

Luxury Japan 13

 

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท